‘6 พรรคฝ่ายค้าน’ ลุยอีสาน ซัด ‘ประยุทธ์’ ลอยแพเกษตรกร

“6 พรรคฝ่ายค้าน” เปิดเวทีรับฟังเกษตรอีสาน จากความล้มเหลวรัฐบาล เป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็น ปชต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน 6 พรรคการเมือง นำโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านนพ.ประสงค์ บูรณ์พงษ์ รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายอภิชาติ สิริสุนทร ส.ส.พรรคก้าวไกล นายมนตรี บุญจรัสประธานยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ พรรคประชาชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.หนองคาย เพื่อรับฟังและศึกษาผลกระทบความเดือดร้อนของเกษตรกร

นายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านลงพื้นที่อีสานครั้งนี้ เพื่อรับฟังประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะโควิด-19 จ.หนองคาย ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง แต่จากวิกฤตที่เกิดขึ้น ทางรัฐบาลอาจจะขาดแผนการบริหารในระยะยาวที่จะรักษาเสถียรภาพของภาคเกษตร โดย จ.หนองคาย ถือเป็นแหล่งปลูกยางพาราอันดับ 1 ของภาคอีสาน โดยสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยมีราคา 120 บาท ต่อมาในสมัยพรรคพลังประชาชน อยู่ที่ 100 บาท ขณะที่รัฐบาลเพื่อไทยราว 75 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ที่ 12 บาท ถือว่าตกต่ำลงไปมาก เพราะเป็นผลพวงจากการบริหารของรัฐบาลที่ล้มเหลว

“ในส่วนของภัยแล้ง ปีนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบสิบปี แม้ว่าหนองคายติดแม่น้ำโขง ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างจากพื้นที่อื่น ปัจจุบันตัวเลขคนที่เป็นหนี้ทั่วประเทศเฉลี่ย 200,000 บาทต่อคน โดยเกษตรกรมีรายได้ต่อหัวเพียง 5,000 บาทต่อเดือน หากบวกลบแล้วต้องใช้เวลาถึง 4 ปี ถึงจะลบหนี้ได้ รัฐบาลจึงต้องจำเป็นที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต“นายสมพงษ์ กล่าว

จากนั้นเวลา 13.00 มีการเปิดเวทีเสวนาในหังข้อ 'ฝ่ายค้านทั้ง 4 กลุ่มเปราะบางจากวิกฤติโควิด' เวทีที่ 3 :ความเดือดร้อนภาคการเกษตร โดยนายประยุทธ์ ศิริจันทร์พาณิชย์ จากเพื่อไทย กล่าวถึงความล้มเหลวจากการใช้งบประมาณว่า รัฐบาลใช้เงินเป็นมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ แต่กลับไร้ประสิทธิภาพ คนอีสานมีตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ที่สะท้อนความยากแค้นที่เจ็บปวดของคนอีสาน สำหรับการตอบคำถามต่อชาวไร่ชาวนาชาวสวนยางพารา แต่นายกฯกลับมีแต่คำพูดที่ซ้ำเติมผู้คน เช่นการแนะนำให้ไปปลูกตำแยหรือไปปลูกยางพาราที่ดาวอังคาร 

ขณะที่นายอภิชาติ สิริสุนทร กล่าวว่า รัฐบาลตีความไม่ถูกจุดในการแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางที่มีความอ่อนแอทางสังคมที่ขาด โดยรัฐบาลไม่ได้เหลียวแล ต่างกลับกลุ่มคน 1% ของประเทศที่ถือครองที่ดิน 60 % ที่มีนโยบายแจกบัตรคนจนนั้นเพื่ออุ้มทุนผูกขาด นี่คือผลพวงจากรัฐบาลที่ไม่ได้สอดคล้องกับประชาธิปไตย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อกประเทศ

ด้านนายนิคม บุญวิเศษ จากพลังปวงชนไทย กล่าวว่า ประชาชนในภาคอีสานทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดยประเทศไทยถือเป็นครัวของโลก แต่ไม่มีการส่งเสริม เพราะได้รับผลกระทบจากเจ้าสัวที่ผูกขาดทางการเกษตร รวมถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับการเกษตรนายทุนก็เป็นผู้ผลักดันเข้าไปบริหาร ต้องยอมรับว่ารัฐบาลนี้มาจากนายทุน เพื่อเข้ามารับใช้เจ้าสัว ในการกอบโกยผลประโยชน์ของประชาชน 

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายได้มีการเปิดเวทีให้เกษตรกรได้ บอกเล่าถึงความเดือดร้อน ซึ่งตัวแทนหลายคนชี้ว่า ตั้งแต่ คสช.เข้ามายึดอำนาจการเข้าถึงแหล่งเงินของเกษตรนั้นลำบากมาก ทำให้หลายครอบครัวต้องไปกู้ไฟแนนท์ โดยใช้โฉนดที่ดินจองจำ ทำให้มีโอกาสเสียที่ดินทำกิน เพราะไม่มีเงินหมุนเวียนจากการเป็นหนี้สินจำนวนมาก

  • 'ยุทธพงศ์' แฉอีกพิรุธวุฒิป.เอก 'สันติ พร้อมพัฒน์' ไม่มีสาขาตามที่ระบุ

  • 'อนุชา' พร้อมผลักดันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ดึงดูดนักท่องเที่ยว

  • 'โหรฟองสนาน' เผย 'ลัคนาราศีพฤษภ' เปลี่ยนสถานะ-ถึงคราวเลือกวิถีชีวิตใหม่

Related posts