อีสานรับมือพายุ ‘โนอึล’ อัพเดทฝนตก จากมุกดาหาร นครพนม สารคาม ศรีสะเกษ สุรินทร์

ความคืบหน้าล่าสุด จังหวัดภาคอีสาน รับมือพายุ “โนอึล” อัพเดทฝนตก จากมุกดาหาร นครพนม สารคาม ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และสุรินทร์

โนอึลถึงมุกดาหารแล้วฝนตกต่อเนื่อง

จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โนอึล” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ซึ่งจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ระหว่างเมืองเว้และเมืองดานัง และเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 18-20 ก.ย. 2563 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีลมแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ พร้อมเตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และระวังอันตรายจากลมแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง

โดย สภาพอาการเช้านี้ที่จังหวัดมุกดาหาร ได้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเพราะ อิทธิพลของพายุโนอึล โดยได้ตกตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกเวลา 01.30น .ของวันที่ 18 กันยายน 63 แต่ก็ไม่ถึงกับตกหนักมาก น่าจะเป็นแค่บางส่วนที่พายุเพิ่งขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม จึงทำให้จังหวัดมุกดาหารไม่ได้รับผลกระทบมากในวันนี้

ส่วนระดับน้ำโขงยังคงปกติเพิ่มขึ้นไม่มาก จากเมื่อวาน รวมไปถึงแม่น้ำสาขายังคงไหลและระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้ดี ตอนนี้ทางจังหวัดมุกดาหารได้ตั้งวอร์รูม (War Room) เพื่อเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และระวังอันตรายจากลมแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงที่ปลอดภัย และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารการรายงานลักษณะอากาศอย่างใกล้ชิด ติดตามการประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการ และแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย จังหวัดมุกดาหาร โทร. 042 633 101, 042 612243 และ 089 9696 758

นครพนมอิทธิพลพายุโนอึลส่งผลเริ่มฝนตก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 9.30 น. ที่ จ.นครพนม ผลกระทบจากพายุโซนร้อนโนอึล ทำให้เริ่มมีฝนตกกระจายทั่วทุกอำเภอ แต่ยังไม่มีฝนตกหนักหนัก มีปริมาณฝนเฉลี่ยสะสมสูงสุดแค่ประมาณ 20 มิลลิเมตร เนื่องจากพายุกำลังเคลื่อนตัวมาจากประเทศทางเวียดนามมุ่งหน้าเข้ามาทางพื้นที่ภาคอีสาน คาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบหนักในวันนี้

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อประสานให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ ติดชายแดนแม่น้ำโขง รวม 4 อำเภอ มี อ.ธาตุพนม อ.เมือง อ.ท่าอุเทน และ อ.บ้านแพง รวมถึงพื้นที่ติดเขาสูง มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน จากปัญหาน้ำรอระบาย

นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องวาตภัย พร้อมระดมเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือ ซึ่งคาดว่าจะไม่กระทบหนักเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำโขงยังต่ำ โดยมีระดับอยู่ที่ ประมาณ 5.08 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติ ประมาณ 8 เมตร คือที่ 13 เมตร ทำให้สามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก รวมถึงลำน้ำสาขายังสามารถระบายได้เร็ว นอกจากนี้คาดว่าจะเป็นผลดีทำให้มีน้ำเติมอ่างเก็บน้ำ รวมถึงพื้นที่การเกษตร ที่กำลังขาดน้ำ เนื่องจากปีนี้ปริมาณฝนต่ำ และทิ้งช่วงเร็ว ทำให้ ปริมาณน้ำสะสมต่ำกว่าทุกปี

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า หลังอุตุนิยมวิทยานครพนม ได้แจ้งเตือนพายุโซนร้อนโนอึล ได้ประกาศเตือนทั้ง 12 อำเภอ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงติดน้ำโขงเฝ้าระวังพายุฝนตกหนัก ให้ประชาชน ตรวจสอบอาคารบ้านเรือน ให้มีความมั่นคงแข็งแรง รวมถึงประสานทุกอำเภอเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชน หากประสบภัยจากพายุ อย่างไรก็ตามจากการประเมินสถานการณ์มั่นใจ พายุลูกนี้จะส่งผลกระทบน้อย เนื่องจากปริมาณน้ำโขง รวมถึงลำน้ำสาขาต่ำ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำล้นตลิ่ง ยังสามารถไหลระบายได้เร็ว

อาจจะมีเพียงบางพื้นที่เสี่ยง ที่จะมีปัญหาน้ำท่วมจากการรอระบาย ซึ่งได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง ที่สำคัญพายุลูกนี้อาจจะเป็นผลดีทำให้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ เพิ่มขึ้น หลังจากฝนทิ้งช่วงปริมาณฝนน้อย ที่จะช่วยพื้นที่การเกษตร และเป็นผลดีสามารถกักเก็บน้ำในระบบชลประทาน นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง คือ โครงสร้างเรือไฟที่ชาวบ้าน ทั้ง 12 อำเภอกำลังเร่งก่อสร้างเรือไฟไหลโชว์ออกพรรษา ต้องแจ้งเตือนให้ทั้ง 12 อำเภอตรวจสอบ หาทางป้องกันยึดฐานเรือไฟ ให้แข็งแรง ป้องกันได้รับผลกระทบจากพายุ เนื่องจากทุกปีในช่วงนี้จะเกิดปัญหาพายุ สร้างความเสียหายให้เรือไฟที่กำลังก่อสร้างทุกปี จึงต้องเตรียมพร้อมดูแลป้องกันเป็นพิเศษ

ชาวนาศรีสะเกษดีใจ โนอึลมาหวังฝนตก

วันที่ 18 กันยายน 2563 ที่จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่เมื่อคืนกลางดึก จนรุ้งเช้า ได้เกิดฝนตกลงมาแต่ไม่หนัก จากอิทธิพลของ พายุโซนร้อนโนอึล จึงถึงขณะนี้ก็ยังมีเม็ดฝนตกมาแม้จะไม่หนักตามที่คาดการณ์ แต่ก็ทำให้ท้องฟ้าปิดตลอดวัน มีฝนตกต่อเนื่องจนขณะนี้ เกษตรกรต่างดีใจที่โนอึล มาทำให้ฝนตก ซึ่งก่ออนหน้านี้นาข้าวกำลังแห้งใกล้ตาย พอจะได้มีน้ำขังในแปลงนา แต่ก็ไม่รู้ว่าต้นข้าวจะรอดจนตั้งท้องออกรวงหรือไม่

ส่วนที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ศาลาจังหวัดศรีสะเกษ นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ พายุโซนร้อน โนอึล (พายุระดับ 3) ที่หลายฝ่าย หลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคอีสานในหลายจังหวัด ภาคกลางบางส่วน ภาคใต้กำลังวิตกกังวนต่อสภาวะน้ำท่วม ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม หรืออาจจะเกิดความเสียหายจากพายุนี้เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งมานานติดต่อกันหลายเดือน น้ำในทุ่งนาแทบไม่มี ทำให้ต้นหญ้าขึ้นเต็มท้องนา หาต้นข้าวแทบไม่มี กำลังรอลุ้นอยู่ว่า หาก พายุโซนร้อน โนอึล (พายุระดับ 3) ได้แปรเปลี่ยนเป็น พายุดีเปรสชัน อาจจะเป็นผลดีต่อเกษตรกร จะทำให้ในแปลงนาข้าวของเกษตรกรมีน้ำ ซึ่งจะทันต่อการตั้งท้องของต้นข้าว หญ้าที่ขึ้นเต็มทุ่งนาก็จะตายโดยธรรมชาติ เกษตรกรก็พอที่จะมีความหวังว่าจะมีข้าวในทุ่งนา พอมีข้าวเก็บขึ้นยุ้งฉาง มีข้าวกิน เหลือก็พอจะได้ขายใช้หนี้ค่าปุ๋ยบ้างในปีนี้

นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้กำชับที่ประชุมให้แจ้งเตือนประชาชน ให้รับทราบ สถานการณ์ทุกระยะ และแจ้งให้หน่วยงาน และอำเภอเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ หากเกิดเหตุการณ์ เราจะสามารถสั่งใช้กำลังคนเครื่องมือและเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที พร้อมทั้งให้ออกหนังสือแจ้งมาตรการต่าง ๆ ให้ทางอำเภอ เป็นระยะ ๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ ทั้งนี้ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดศรีสะเกษ ยังกล่าวอีกว่า พายุโซนร้อนยังสามารถจะเกิดขึ้นได้อีก 1-2 ลูก จนถึงเดือนตุลาคม 2563 นี้

นายบุญประสงค์ นวลสายย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ โอกาสที่จะเกิดฝนตกหนักเกิน 30 มิลลิเมตร มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก ถึงแม้อ่างเก็บน้ำจะรองรับน้ำได้ แต่ก็จะมีโอกาสเกิดความเสี่ยงน้ำไหลหลากในแนวเชิงเขา จึงขอแจ้งเตือนให้ทางอำเภอ และประชาชนในบริเวณที่ราบเชิงเขาเตรียมรับมือ และน้ำท่วมขังรอการระบาย ในเขตพื้นที่ชุมชนเมือง เช่น ในเขตเทศบาลเมือง ต้องเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้รองรับ และขอฝากพื้นที่เสี่ยง สามารถดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ได้ โดยการขุดลอกคูคลอง และเตรียมเครื่องมือติดตั้งเตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยง จะมีการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ทุกวัน

ด้านรักษาการ ผอ. โครงการชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำของจังหวัดศรีสะเกษ มีเขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนา พร้อมอ่างเก็บน้ำอีก 16 อ่าง การระบายน้ำไม่มีปัญหา และจากปริมาณน้ำในอ่างขณะนี้ สามารถที่จะรับน้ำได้อีกมาก หากมีพายุมาก็จะสามารถเติมเต็มอ่างเก็บน้ำได้ และจะทำให้ไม่เกิดผลกระทบภาวะภัยแล้ง ในช่วงฤดูแล้ง และอาจจะส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวนาที่จะมีน้ำขังในแปลงนาด้วยก็ได้

  • 'กรมอุตุนิยมวิทยา' ประกาศ ฉ.10 พายุ 'โนอึล' ขึ้นฝั่ง จะเข้าสู่ไทยที่ จ.มุกดาหาร ค่ำนี้!

  • ธปท.ไฟเขียว‘พีโลนดิจิทัล’เคาะวงเงินไม่เกิน' 2 หมื่นบาท'

  • ไทยพบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' เพิ่ม 7 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ

พายุโนอึลมาแล้ว มหาสารคามฝนตกทั้งคืน

วันที่ 18 กันยายน 63 ที่จังหวัดมหาสารคาม ได้มีฝนตกตลอดทั้งคืน และในช่วงเช้าท้องฟ้ามืดครึ้มฝนตก คาดว่าจะมีฝนตกตลอดทั้งวัน ไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน 263 ขณะที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม แจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักในระยะนี้ จากพายุโนอึล กำชับป้องกันภัย 13 อำเภอในทุกตำบลเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน

ร.ต.อ.ตนุพล พันธ์สวัสดิ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธรณภัยจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา เผยรายชื่อจังหวัดที่จะเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากและลมพัดแรงใน18-20 ก.ย.63 จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโนอึล กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีศูนย์กลางอยู่เหนือทะเลจีนใต้ ทางตะวันออกของชายฝั่งเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม พายุโซนร้อนอึลส่งผลกระทบกับประเทศไทย และเข้าภาคอีสานโดยตรง

จังหวัดมหาสารคามเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบไปด้วย ได้เตรียม เครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน และเรือเครื่องยนต์ และแจ้ง อปท.ที่มีเรือและกู้ภัยทุกหน่วย ขอให้ตรวจสอบเรือ ท้องแบนหากมีน้ำหลาก จะได้นำออกมาทัน เพื่อช่วยเหลือประชาชน เตรียมกระสอบทรายและกำชับประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชีเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง หวั่นเกิดน้ำท่วมสูงเหมือนกับพายุโพดุล จึงได้กำชับให้ทุกอำเภอให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการในสถานการณ์ฉุกเฉินเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุที่ศูนย์ที่จังหวัดได้ตลอด24ชม.พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมติดตามสถานการณ์และประสานดำเนินการ24 ชม.

โนอึลถึงสุรินทร์ ฝนตกหนักลมกระโชกแรง

เริ่มแล้วอิทธิพลพายุโนอึล จังหวัดสุรินทร์เจอฝนถล่มหนัก เกิดน้ำท่วมถนนหลายสายหลายพื้นที่ ช่วงเช้ารับส่งนักเรียนทำให้การจราจรติดขัด ส่งบุตรหลานอย่างทุลักทุเล ผู้ว่าฯขอให้ใครเดือดร้อนได้รับผลกระทบให้แจ้งจังหวัดทันที

วันนี้(18 ก.ย.2563) ช่วงเวลา 01.40 น. พายุโนอึล ถล่มเมืองสุรินทร์ เกิดน้ำท่วมถนนหลายสายในพื้นที่ ได้เกิดพายุโนอึล พัดถล่ม และมีฝนตกลงมาอย่างหนักและลมกระโซกแรงทั่วทุกพื้นที่หลายอำเภอของ จ.สุรินทร์ ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ มีน้ำท่วมขังถนนในหลายสาย ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ทำให้มีรถติดกันยาวเหยียด เพราะเป็นช่วงที่รับส่งนักเรียนไปโรงเรียน ขณะที่โรงเรียนบางแห่งในเขตเมืองสุรินทร์มีน้ำท่วมขังรอการระบาย ผู้ปกครองส่งบุตรหลานไปโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ อย่างทุลักทุเล ด้วยฤทธิ์ “โนอึล”

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุก ๆ ด้าน เพื่อคลายความเดือดร้อนแก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมให้สำรวจความเสียหายในแต่ละพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป และฝากประชาสัมพันธ์หากประชาชนท่านใดได้รับความเสียหายจากเหตุพายุโนอึลในครั้งนี้ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ เทศบาล อบต. หรือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจะได้รายงานให้ทางอำเภอ หรือจังหวัดให้ความช่วยเหลือต่อไป

อุบลราชธานีฝนตกหนักบางพื้นที่ น้ำท่วมขังรอระบาย

เมื่อเวลา 08.30 น.(18 ก.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพบรรยากาศในพื้นที่เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี มีฝนตกระดับปานกลางส่งผลให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายในถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ยังไม่ส่งผลกระทบด้านการจราจร รถสามารถสัญจรได้ปกติ ระดับน้ำในแม่น้ำมูลสูง 2.63 เมตร ซึ่งยังคงสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 4 เมตร

ทั้งนี้พายุ โนนึล ได้เริ่มเข้าพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่เวลา 20.00 น.ของวันที่ 17 ก.ย.และตกต่อเนื่องมาตลอดทั้งคืนทำให้ในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพน้ำท่วมสูง ต้นไม้ล้มขวางถนน ในพื้นที่อำเภอเดชอุดม นาเยีย แต่จากการตรวจสอบในพื้นที่พบว่าเป็นเพียงน้ำที่ท่วมขังพื้นที่แอ่งกระทะ ในช่วงเช้านี้ถนนกลับเข้าสู่ภาวะปกติสามารถสัญจรได้ตามปกติ

ขณะที่นางวนิดา บันลังก์สิกรม อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่อาสาเครือข่ายอาสาชุมชนป้องกันภัยพิบัติ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นชาวบ้านในชุมชนหาดวัดใต้ วิทยุแจ้งเตือนสมาชิกในเครือข่ายที่อาศัยอยู่ตามชุมชนเสี่ยงภัยสองฝั่งแม่น้ำมูลในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบ กว่า 40 ชุมชนรับทราบความเคลื่อนไหวของพายุโนอึล เพื่อนำข้อมูลที่ถูกต้องจากทางราชการไปแจ้งต่อกับคนในชุมชนให้เตรียมพร้อมรับมือระดับแม่น้ำมูลที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากอิทธิพลของพายุ

Related posts