รัฐเห็นพ้อง รื้อม.256-ตั้งสสร.

ดีเดย์ยื่นญัตติแก้รธน. 26ส.ค. ‘วิษณุ’ ยันเป็นนโยบาย – ‘ปิยุบตร’  ชงโละทิ้ง 250 ส.ว. จี้รัฐบาลจริงใจ

“วิษณุ” ย้ำแก้รัฐธรรมนูญ เป็นนโยบายรัฐบาล โยนพรรคร่วมชงญัตติสภา “วิปรัฐบาล” ดีเดย์ 26 ส.ค. ด้าน“อนุทิน” เผยนายกฯส่งสัญญาณไฟเขียว ภท.ชงญัตติแยกไม่ขัดแย้งพรรคร่วม ขณะที่ “ปิยุบตร” ยันเดินหน้าชงโละ250ส.ว. จี้รัฐบาลจริงใจ-หยุดยื้อเวลา 

ความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ล่าสุดมีท่าทีมาจาก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเปลี่ยนแนวทางจากเดิมที่ยื่นเป็นฉบับรัฐบาล มาเป็นการให้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคเสนอร่างของตัวเองได้นั้น ตนไม่ทราบ โดยเข้าใจว่ายังไม่ไปถึงจุดนั้น ตอนนี้ให้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคเตรียมการของตัวเองไปก่อน

ส่วนที่ถูกมองว่า รัฐบาลแถลงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา แต่ถ้าไม่เสนอในนามรัฐบาล เห็นว่าสุดท้ายถ้าแต่ละพรรคที่ร่วมรัฐบาลต่างเสนอก็ถือว่าสามารถทำแทนรัฐบาลได้

เช่นเดียวกับนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสรุปของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า วันที่ 24 ส.ค.วิปรัฐบาลจะหารือร่วมกันถึงข้อสรุปในรายละเอียด ก่อนนำเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา วันที่ 26 ส.ค. อย่างไรก็ตามในประเด็นที่แก้ไขรายละเอียด เช่น แก้ไขบทเฉพาะกาล ว่าด้วยที่มาของส.ว. นั้น พรรคยินดีสนับสนุน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวว่า ข้อเสนอพรรคในการแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภาว่าเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาตลอดไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ถ้ามีรัฐธรรมนูญที่แก้เสร็จแล้วตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็ต้องรีบใช้โดยเร็วหลังจากนั้นทุกอย่างเป็นครรลองทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ยืนยันว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่มีข้อขัดแย้งในแกนนำรัฐบาล

วันนี้ทั้งวิปพรรคร่วมรัฐบาลวิปฝ่ายค้านก็ออกมาแนวเดียวกันเน้นการปรับปรุงมาตรา256เพื่อให้มีส.ส.ร.​มาจากการเลือกตั้งขณะเดียวกันยืนยันเรื่องนี้ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแล้วโดยเป็นเรื่องของพรรคการเมือง เพราะแต่ละพรรคการเมืองก็มีแนวคิดและจุดยืนของแต่ละพรรคการเมืองซึ่งไม่ใช่เรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตามท่าทีของพรรคภูมิใจไทยได้ปฏิบัติตามภารกิจและสิ่งที่พรรคแถลงไว้ตอนหาเสียงเพราะเคยประกาศว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมรัฐบาลส่วนความเห็นเรื่องส.ว.นั้นเมื่อมีส.ส.ร.แล้วทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กล่าวว่า มติของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต่างเห็นตรงกันว่าจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มี ส.ส.ร.เพื่อมาจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จากนี้เหลือเพียงการไปถกเถียงกันว่า ส.ส.ร.จะมีจำนวนเท่าไหร่ มีที่มาอย่างไร ซึ่งตนมีข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเขียนว่าห้ามแก้หมวด 1 และหมวด 2 โดยเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไรก็มีกรอบอยู่แล้วว่า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญห้ามกระทบกระเทือนต่อรูปของรัฐ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ตอนนี้สังคมกำลังเข้าใจผิดว่าหากไปบอกว่าห้ามแก้ แต่หากเกิดกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้จริงๆ แล้วแก้ไม่ได้ คราวนี้จะเกิดวิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญขึ้นมา เหมือนดังเช่นรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ท้ายที่สุดพล.อ.ประยุทธ์ และ สนช.ต้องมาหาทางร่วมกัน อย่างไรก็ดีในวันที่ 1 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะมีถกเรื่อง ส.ส.ร.ถ้าผ่านก็เข้าสู่วาระ 2 ตั้งกมธ. ในระหว่างนั้นสามารถเสนอร่างเข้าไปอีกได้ คือ ร่างที่ตนเคยเสนอก็คือ ให้ยกส.ว.ในบทเฉพาะกาลไปเลย อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง ถ้าหาเจตจำนงร่วมกันได้จริงๆ ตนเชื่อว่าพิจารณา 3 วาระรวดเดียวก็จบ ไม่ต้องยื้อนาน  ตนไม่อยากให้ภาพออกมาว่างมี ส.ส.ร.ให้แล้ว และรัฐบาลก็อยู่ไปเรื่อยๆ จนครบเทอมพอดี 4 ปี

อย่างไรก็ดีองค์ประกอบของ ส.ส.ร.ว่า ของฝ่ายค้านและรัฐบาลไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่หลักใหญ่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญที่จะร่างขึ้นให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน และทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญผ่านความคิดเห็นของประชาชนถ้วนหน้า ซึ่งจะทำให้รัฐธรรมนูญกลายเป็นของมีค่า เพราะเป็นฉันทามติร่วมกันของสังคม ถ้ารัฐธรรมนูญเป็นลักษณะผู้ชนะยึดอำนาจไปและเขียนเองหมด แบบนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญเหมือน 4 ฉบับที่ผ่านมา

  • 'ธวัชชวิน' โดนปลดแล้ว! เซ่นปม การ์ดบุกชาร์จ ประธาน สนท.

  • ฮาวทู 'ไบค์เกอร์' ขับขี่ปลอดภัยช่วง 'หน้าฝน'

  • นายกฯ หารือเหล่าทัพ จับตา 'ม็อบเยาวชน' หวั่นซ้ำรอย 'ฮ่องกง'

Related posts