นำ 1.3 แสนรายชื่อ ยื่นค้านแก้ รธน. ลั่นไม่ฟังเสียงปชช. ต้องจบที่ศาล

“หมอวรงค์” แกนนำกลุ่มไทยภักดี นำรายชื่อประชาชน 1.3 แสนคน ยื่นคัดค้านแก้รัฐธรรมนูญ ระบุทำเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองไม่ใช่ของประชาชนแท้จริง ลั่นถ้าไม่ฟังเสียงประชาชน เรื่องนี้ต้องจบที่ศาล

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 63 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี พร้อมด้วย สมาชิกกลุ่มไทยภักดี นำรายชื่อประชาชน 130,000 รายชื่อ เดินทางมายังอาคารรัฐสภา เพื่อมอบให้กับประธานสภาผู้แทน และประธานวุฒิสภา ในการแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสนับสนุนให้ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 โดยมี นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา รับรายชื่อจากกลุ่มไทยภักดี

ทั้งนี้ กลุ่มไทยภักดี ได้แสดงเหตุผล ในการคัดค้านการตั้ง ส.ส.ร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนี้

1. รัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านประชามติมาจากประชาชน 16.8 ล้านเสียง ถือว่าประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งในอดีต ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัย สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ผ่านประชามติมาเช่นกันว่าอำนาจของรัฐสภา สามารถทำได้คือแก้ไขรายมาตรา แต่การยกร่างใหม่ ด้วยการตั้ง ส.ส.ร. ต้องทำประชามติ ถามประชาชนก่อนว่าจะยอมหรือไม่ ดังนั้น รัฐธรรมนูญ

2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่มีประโยชน์ใดๆของประชาชน มีแต่ประโยชน์นักการเมืองที่ต้องการแก้ไข เช่นการปราบโกง รวมถึงรูปแบบการเลือกตั้ง รวมทั้งฉวยโอกาสเพื่อทำลายสถาบันเบื้องสูงของชาติ

3. ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ประเทศจะต้องเสียเงินอีก 15,000 ล้านบาท แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง

4. ปัญหา ส.ว. ที่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงบทเฉพาะกาล ที่เหลือเวลาประมาณ 3 ปี ก็จะหมดวาระ และสิ่งนี้ก็คือสิ่งที่ประชาชนลงประชามติ ให้อำนาจไว้ชั่วคราว หลังจากนั้น ส.ว.จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน กลุ่มอาชีพต่างๆ ยากที่พรรคการเมืองจะเข้ามาแทรกแซง

  • เช็คด่วน! แจกที่ดิน 122,400 แปลง รวม 50 จังหวัด ลดเหลื่อมล้ำ-กระจายครองที่ดิน

  • ส่องประวัติ ‘3 ปลัดคลัง’ ตัวเต็งนั่งเก้าอี้ ‘รัฐมนตรี’

  • เช็ค 'สินเชื่อ' สำหรับผู้ค้า 'ขายของออนไลน์' กู้ได้ แบบไม่ต้องค้ำประกัน

ถ้าหากทางรัฐสภา ไม่รับฟังเสียงของประชาชน ที่สถาปนารัฐธรรมนูญ 2560 นี้ ยังดื้อดึงที่จะแก้ไขเพื่อประโยชน์นักการเมือง เรื่องนี้ต้องจบที่ศาลรัฐธรรนูญ และประชาชนจะไม่ยอมแน่นอน

สำหรับรายชื่อ ทั้ง 130,000 รายชื่อกลุ่มไทยภักดีได้รวบรวมมาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ไทยภักดี ประเทศไทย

Related posts