‘นักการเมือง’ ย้ำ ต้องแก้ รธน. ด้าน’ไอลอว์’ ขู่ สมาชิกรัฐสภา อย่าทำประชาชนโกรธ

เวทีถกแก้ 'รธน.'ทางออกประเทศ 'นักการเมือง' ประสานเสียงต้องแก้ 'รธน.' ที่มี ส.ส.ร.ด้านกลุ่มไอลอว์”ขู่ สมาชิกรัฐสภา หากไม่รับร่าง อาจพบปรากฎการณ์ใหม่ๆที่ไม่เคยเห็นในประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 3 ต.ค.เวลา 10.00 น.ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ร่วมกับ สถาบันสร้างไทย จัดสัมมนา เรื่อง “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือทางออกประเทศไทย”  โดยนายโภคิน พลกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภากล่าวว่า เขาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 60ขึ้นมาเพื่อไม่ให้ฝ่ายประชาธิปไตยถึงแม้จะชนะก็บริหารไม่ได้เราจะเห็นว่าผลของการสืบทอดอำนาจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นมีทางเดียวคือต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องไม่เป็นเครื่องมือของใคร และทุกอย่างต้องจบที่ประชาชน โดยการผลักดันให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)อีกครั้ง เพราะถ้ารัฐธรรมนูญเป็นฉบับประยุทธ์ ทำให้ดีให้ตายคนก็ไม่รับ นอกจากฉบับประชาชน ตนจึงเสนอว่าต้องมีส.ส.ร.มาจากประชาชนจำนวน 200 คน มาร่างรัฐธรรมนูญแล้วไปทำประชามติ แต่พอบอกว่าจะมีส.ส.ร.บางคนบอกเป็นการตีเชคเปล่า ขอถามว่าอำนาจเป็นของเขาจะตีเชคเปล่าแล้วจะเป็นอะไร และการให้ปะชาชนมาเขียนประชาชนจะตีเชคเปล่าได้อย่างไร เขาก็ต้องเขียนให้เป็นประชาธิปไตย   

   “ถ้าแก้รัฐธรรมนูญโดยไม่ให้มีโรดแม๊ปของประเทศสิ่งนี้ไม่มีทางสำเร็จ ก็จะไม่อยากจินตนาการว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันผลักดัน มาร่วมเดินในทิศทางเดียวกันเพื่อเดินหน้าอย่างสันติ และคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการตั้งส.ส.ร.ก็ยากที่จะมีใครมากดดันในการเขียนเรื่องสืบทอดอำนาจ”นายโภคิน กล่าว 

ด้านนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือทางออกของประเทศ ตนรู้สึกว่ามีประตูที่เป็นทางเข้าสู้วิกฤติอย่างรุนแรงของประเทศ เพราะเรามีปัญหาทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างวัย เพราะตอนนี้เด็กกับผู้ใหญ่คุยกันไม่รู้เรื่อง และปัญหาทางการเมืองรุนแรงมากในสภาฯ ซึ่งตอนที่อภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญ เหมือนเราอยู่ท่ามกลางแล้วมีกระสุนมาจากทั้งสองข้าง ทั้งนี้เรื่องรัฐธรรมนูญจะเป็นประตูสู่วิกฤติครั้งใหญ่มากกว่า ปี 35  แต่ก็เป็นประตูเดียวที่จะออกจากวิกฤติเช่นเดียวกัน ดังนั้นก็เลือกเอาแล้วว่าจะเปิดเข้าหรือเปิดออก 

ทั้งนี้จุดเแข็งรัฐธรรมนูญปี 40 ที่เราทำสำเร็จเพราะไม่ต้องการรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์  ดังนั้นวันนี้ก็เช่นกันถ้าต้องการรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ก็ไม่มีทางทำได้  ทั้งนี้ตนไม่ห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะเขียนเอาไว้เป็นค่ายกลเจ็ดดาว ซึ่งแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีการทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงจี้ไปที่มาตรา256 โดยเป็นประตูที่จะประตูที่จะเปิดสิ่งเหล่านี้ อย่างไรก็ตามในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 80 % เขื่อว่าจะแก้ได้ จากที่ฟังความเห็นที้งตากฝ่ายค้าน รัฐบาล และส.ว. โดยอาจจะเป็นฉบับที่ 1 หรือ 2 ทั้งนี้ยืนยันว่าในการรับหลักการในวาระแรก พรรคชาติไทยพัฒนาจะรับอย่างแน่นอน 

นอกจากนี้จากที่มีการตั้งกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ ที่กำหนดระยะเวลาศึกษาไว้  30 วัน ก็คาดว่าในวันที่ 21 ต.ค. จะพิจารณาแล้วเสร็จ และวันที่22 ต.ค. จะมีการตรวจสอบความเรียบร้อย และจะนำรายงาน นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ต่อไป     

 ขณะที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการ ไอลอว์ กล่าวว่า คนอย่างน้อย 100,732 คน ได้เข้าชื่อกันใช้สิทธิ์เท่าที่มีอยู่เพื่อต่อรัฐสภา ซึ่งเราก็มีความหวัง เพราะบรรยาศในปีนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนที่อยู่ภายใต้ระบอบได้ตระหนักรู้แล้วว่าระบอบการเมืองที่ไม่ปกติเป็นอย่างไร ซึ่งเขาใช้ทุกช่องทางที่สามารถทำได้เพื่อให้ได้มาซึ่งระบบที่ปกติ ดังนั้นมาถึงขณะนี้ก็ต้องมีความหวังอยู่แล้วสิ่งที่ไอลลอว์เสนอเป็นสิ่งที่เห็นต่างได้ยากสำหรับตัวแทนประชาชนที่อยู่ในสภาฯ และไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะปฎิเสธได้ด้วยหลักการณ์อันชอบธรรมอย่างไร 

  • ภาพครอบครัวสุดท้าย 'ผอ.สุริยา แสงพงค์'

  • 'กรมประมง' เร่งรับรองสินค้าหลังตลาด ‘ซินฟาตี้’ ตั้งเงื่อนไขไร้โควิด

  • ภรรยา 'สุริยา แสงพงค์' โพสต์สุดเศร้าอาลัยสามี ถูกยิงเสียชีวิต

มีแต่คนพยายามวนและตีออกนอกเรื่อง เพื่อให้เกิดความสับสนเท่านั้น แต่ไม่สามารถปฏิเสธว่าเนื้อหาแบบนี้ไม่ดีตรงไหน  และอยากถามว่าท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ขัดแย้ง และไม่ปกติในปัจจุบันนี้เป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม และปรานีประนอมทที่สุด เพื่อจะหาทางออกด้วยวิธีการขั้นตอนทางกฎหมายในระบบเท่าที่มีอยู่ ทามกลางข้อเสนอที่ก้าวหน้ากว่าและจินตนาการไม่ออกที่มีอยู่ในปัจจุบัน นายยิ่งชีพ กล่าวต่อว่า หากใครก็ตามที่นั่งอยู่ในสภาฯแล้วรับข้อเสนอนี้เข้าสู่การพิจารณา แล้วกล้าที่จะโหวตไม่รับเขามีหน้าที่ที่จะต้องอธิบายให้ได้ในทางเนื้อหา ถ้าเขาหาไม่ได้และไม่เคยอธิบายอะไรเลยแล้วกล้าที่จะโหวตไม่รับสมควรที่จะต้องอับอาย อย่างน้อยไม่อับอายต่อประชาชนและชาวโลกก็ต้องอับอายต่อตัวเอง

  และหากมีการมีการตัดสินใจอย่างนั้นจากสมาชิกรัฐสภาแน่นอนว่าจะทำให้คนโกรธมากขึ้น ตนตอบไม่ได้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป แต่คนอีก 100,732 คนจะตัดสินใจเองว่าจะทำอย่างไรต่อ รวมทั้งตนด้วยในฐานะเจ้าของร่าง หากสมาชิกรัฐสภาโหวตไม่รับแล้วทำให้คนโกรธมากขึ้น คนที่โหวตไม่รับนั้นต้องมีความรับผิดชอบด้วย ซึ่งในทางประวัติศาสตร์การทำให้คนโกรธมากขึ้นแล้ว ข้อเรียกร้องและกระแสสังคมนำไปสู่ปรากฎการใหม่ๆที่เราไม่เคยพบเห็นในประวัติศาสตร์

160170157459

Related posts