แพลตฟอร์มซื้อ-ขายโคเนื้อออนไลน์

กรมปศุสัตว์ จับมือ บ.บีเวอร์เทค บันทึกความร่วมมือพัฒนาการใช้งานแพลตฟอร์มโคเนื้อไทย ยกระดับการผลิตปศุสัตว์ของประเทศ สู่ยุคดิจิทัล 4.0

นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาและใช้งานแพลตฟอร์มโคเนื้อไทย (e-Catt) กับ บริษัท บีเวอร์เทค จำกัด ว่าการพัฒนาแพลตฟอร์มโคเนื้อไทย ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารโครงการสนับสนุนสินเชื่อ ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่องฯ รวมทั้งโครงการอื่นในภาพรวมของกรมปศุสัตว์ เพื่อบริหารจัดการสินเชื่อของ ธ.ก.ส. และบริหารจัดการข้อมูลการประกันภัยของเกษตรกร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานการผลิตปศุสัตว์

อีกทั้งยังเป็นการยกระดับการผลิตปศุสัตว์ของประเทศให้เข้าสู่ยุคดิจิทัล 4.0 โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาแพลตฟอร์มโคเนื้อไทย (e-Catt) ซึ่งเกษตรกร สามารถซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ (E-Commerce) เพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อขายโคเนื้อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่เน้น ตลาดนำการผลิตถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการทำประกันภัยโคเนื้อ

 160155130144

 

 

“ภายในระยะเวลา 2 ปีนี้ บริษัทบีเวอร์เทค จะดูแล แก้ไขปรับปรุง และแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในระหว่างการใช้งาน การดำเนินการฝึกอบรม การจัดทำคู่มือการใช้งานเพื่อให้บุคลากรกรมปศุสัตว์ มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง”

 

นายสุรพงษ์ วัฒนานนท์ กรรมการบริษัท บีเวอร์เทค จำกัด กล่าวว่า บริษัท บีเวอร์เทค จำกัด ดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์มโคเนื้อไทย (e-Catt) เพื่อใช้ในการบริหารโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่องฯ เชื่อมโยงการบริหารจัดการสินเชื่อกับ ธ.ก.ส. อีกทั้งยังเชื่อมโยงระบบการบริหารจัดการข้อมูลการประกันภัยของเกษตรกรกับบริษัทประกันภัย

ซึ่งถือว่าเป็นการบริหารจัดการในอีกรูปแบบหนึ่ง อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานการผลิตปศุสัตว์ โดยในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันทำลงนามในบันทึกความร่วมมือนี้ บริษัท บีเวอร์เทค จำกัด จะประสานความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ในการพัฒนา ควบคุม กำกับการใช้แพลตฟอร์มโคเนื้อไทย (e-Catt) ประสานความร่วมมือด้านข้อมูล ข่าวสาร และการสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับแพลตฟอร์มโคเนื้อไทย (e-Catt) เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และนำผลการวิเคราะห์ไปช่วยเป็นข้อมูลสารสนเทศเพื่อช่วยกำหนดนโยบาย และพัฒนาโครงการต่างๆ นำไปพัฒนาอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์ให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

Related posts