รฟท.รับปมงบฯรื้อย้ายสาธารณูปโภคทำส่งพื้นที่ไฮสปีดเทรนล่าช้า

ร.ฟ.ท.รับส่งมอบพื้นที่ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ล่าช้ากว่าแผน 2 เดือน หลังติดปัญหาเบิกจ่ายงบประมาณรื้อย้ายสาธารณูปโภค มั่นใจไม่กระทบกำหนดส่งมอบตามสัญญา พร้อมตั้งเป้าออก NTP เข้าพื้นที่ก่อสร้างเฟสแรก สุวรรณภูมิ –อู่ตะเภา ก.พ. – มี.ค.2564

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการใช้พื้นที่เขตทางหลวงในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในฐานะประธานคณะทำงานส่งมอบพื้นที่โครงการไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน พบว่าการเตรียมความพร้อมส่งมอบพื้นที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมช่วยเหลือแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าโครงการไฮสปีดเทรนสายนี้ จะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ และจะเป็นโครงข่ายคมนาคมที่ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค ซึ่งการลงนามความร่วมมือระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และกรมทางหลวง (ทล.) ในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของโครงการ ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยพร้อมต่อการลงทุน

สำหรับความคืบหน้าของการส่งมอบพื้นที่ไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน ปัจจุบันอยู่ระหว่างรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ ซึ่งแม้ว่างบประมาณในการรื้อย้ายที่บรรจุอยู่ในงบประมาณประจำปี 2564 ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาจากกรรมาธิการ แต่คาดว่าจะได้รับอนุมัติภายในปลายปีนี้ โดยปัจจุบันทุกหน่วยงานเจ้าของสาธารณูปโภคได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัทเพื่อเตรียมรื้อย้าย ถือเป็นการทำงานควบคู่ไปก่อนแล้ว

นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ตามแผนงานเดิม ร.ฟ.ท.มีกำหนดส่งมอบพื้นที่ส่วนแรก ม.ค.2564 แต่เนื่องจากปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณรื้อย้ายที่อยู่ระหว่างขออนุมัติ รวม 4.1 พันล้านบาทยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา ร.ฟ.ท.จึงประเมินว่าการส่งมอบพื้นที่อาจจะล่าช้ากว่าแผนเดิมประมาณ 2 เดือน หรือสามารถส่งมอบพื้นที่ส่วนแรกได้ราว ก.พ. – มี.ค.2564

“แม้ว่าการส่งมอบพื้นที่จะช้ากว่าแผนที่กำหนด แต่ก็ไม่ได้ล่าช้ากว่ากำหนดเดตไลน์ที่ระบุไว้ในสัญญา เพราะกำหนดในสัญญา ร.ฟ.ท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ให้ภายใน ต.ค.2564 อย่างไรก็ดีเราเชื่อว่างบรื้อย้ายจะได้รับการอนุมัติภายในปลายปีนี้ และพื้นที่ส่วนแรกที่เราจะออกหนังสือให้เริ่มงานก่อสร้าง (Notice to Proceed: NTP) คือช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา”

ส่วนความคืบหน้าของการเข้ารับบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.พร้อมส่งมอบให้กับเอกชนรับไปบริหารแล้ว ดังนั้นต้องรอให้เอกชนมีความพร้อมด้านการเงินที่จะมาจ่ายค่าโอนสิทธิ์บริหารตามสัญญาก่อน ซึ่งวงเงินชำระค่าสิทธิบริหาร อยู่ที่ 10,671 ล้านบาท โดยปัจจุบันได้หารือกับทางเอกชนอย่างใกล้ชิด ทราบว่าอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดปรับปรุงบริการ และระบบของแอร์พอร์ตลิงก์เพิ่มเติม รวมทั้งอยู่ระหว่างเตรียมบุคลากร

ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า การลงนามข้อตกลงว่าด้วยการใช้พื้นที่เขตทางหลวงครั้งนี้ ทล.พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้าพื้นฐานของประเทศ โดยเป็นการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เขตทางหลวงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ร.ฟ.ท.จะต้องปรับปรุงพื้นที่เขตทางให้สมบูรณ์เพื่อส่งมอบคืนให้ ทล.

Related posts