“ไมค์ พิรัชต์” เปิดชีวิต ก้าวตามฝันแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องแรกในชีวิต

ต้องยกให้เป็นนุ่มคนเก่งที่ไม่เคยย่อท้อต่อการเดินตามความฝัน สำหรับ นักร้อง-นักแสดง หล่อ มากความสามารถ ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ที่ค่อยๆ เติบโตในวงการบันเทิงเป็นขวัญใจของแฟนๆตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้เจ้าตัวก็ประสบความสำเร็จอีกก้าวกับความท้าทายครั้งใหม่ ได้ร่วมงานภาพยนตร์ฮอลลีวูด เรื่อง The Misfits  ซึ่งไมค์เป็นนักแสดงชาวไทยคหนึ่งเดียวที่ได้ร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ กระทบไหล่ซูเปอร์สตาร์ในตำนาน เพียร์ซ บรอสแนน พระเอกเจมส์บอนด์ 007 ซึ่งตอนนี้ภาพยนตร์เข้าฉายแล้วที่อเมริกา ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างดี

จึงพลาดไม่ได้ขอคว้าตัว หนุ่มไมค์ มาพูดคุยกันถึงผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้ และการทำงานระดับฮอลลีวูดครั้งแรกของไมค์เป็นยังไงบ้าง รวมทั้งแพลนเป้าหมายในอนาคตกับเส้นทางนี้

ฟีดแบ็คหนัง The Misfits  เป็นยังไงบ้างหลังจากเข้าโรงที่อเมริกาเรียบร้อยแล้ว?

“น้องสาวผมที่อยู่อเมริกาเขาไปดูมา เขาก็บอกว่าฟีดแบ็คค่อนข้างดีครับ ทีมงาน The Misfits เขาส่งมาก็มีบางที่ที่ตั๋วถูกจองเต็มหมดครับ ฟีดแบ็คจากทางแฟนคลับต่างชาติที่ได้ดูแล้วเขาก็ชอบ ในอินสตาแกรมก็มีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ว่าอยากดู รอดูอยู่เหมือนกัน แฟนคลับบางคนอยู่ต่างประเทศก็ได้ดูแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครมาสปอยด์ครับ”

ในฐานะนักแสดง รู้สึกใจชื้นขึ้นไหมที่ได้เข้าฉายแล้ว เพราะด้วยสถานการณ์ต่างๆ ก็ยังน่าเป็นห่วงว่าหนังเข้าแล้วจะได้รับการตอบรับมากน้อยแค่ไหน?

“จริงๆ ก็โล่งใจประมาณนึงครับ เหมือนตรงนั้นเขาเปิดได้ทันเวลาพอดี พอหนังเข้าด้วยความที่คนอาจจะไม่ได้ไปโรงหนังนานก็เลยเข้าไปดูกัน แต่ของที่เมืองไทยก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ฉายเมื่อไหร่ต้องดูสถานการณ์ก่อน”

ไมค์พอใจกับผลงานชิ้นนี้แค่ไหน?

“ถือว่าดีเลยครับ พอใจในระดับนึง คิดว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเปิดตลาดใหม่ด้วยครับ”

คาแร็กเตอร์ของไมค์ในเรื่องเป็นยังไงบ้าง?

“ในเรื่องผมแสดงเป็น วิค (wick) เป็นเหมือนฝ่ายเทคของกลุ่มนี้ ว่าง่ายๆ คือ เป็นคนผลิตระเบิด และเขาก็ชอบอะไรที่มันเกี่ยวกับระเบิด ตัวละครนี้เป็นตัวละครที่สนุก ผมก็พยายามใส่ความสนุกในสไตล์ของผมเข้าไป ต้องมีพาร์ทที่ต้องเต้นด้วยก็ฟรีสไตล์เลย”

ถ้าไม่ติดเรื่องโควิด-19 ไมค์ต้องไปร่วมโปรโมทกับเขาที่อเมริกาด้วยไหม?

“ใช่ครับ จริงๆ ที่คุยกับทางทีมเขาไว้ก็คือว่าถ้ามีการเดินพรมแดงหรือเปิดตัวหนัง เขาก็อยากให้ไมค์ไปร่วมงานด้วย แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่สามารถไปไหนได้เลย ก็แอบเสียดายเหมือนกัน จริงๆ 2 ปีที่ผ่านมาก็มีหลายโอกาสเหมือนกันที่เสียไปค่อนข้างเยอะครับ”

ไมค์ พิรัชต์

หลังจากเรื่องนี้แล้วมีโอกาสต่อยอดงานฮอลลีวูดเรื่องอื่นอีกไหม?

“ที่ผ่านมาก็มีแคสติ้งอยู่เรื่อยๆ ครับ อยู่ที่ว่าโปรเจคไหนเขามองหาคาแร็กเตอร์ที่เป็นคนเอเชียซึ่งถ้าให้พูดตรงๆ ก็ไม่ได้มีเยอะมากมายขนาดนั้น”

ครั้งนี้ถือว่าเป็นใบเบิกทางที่สวยงามของไมค์เหมือนกันเพราะได้ร่วมงานกับทีมมืออาชีพทั้งนั้น?

“ใช่ครับผม เหมือนเป็นการเปิดประตูใหม่ๆ ให้กับโอกาสทางการงานของไมค์ด้วย การได้ร่วมงานกับนักแสดงระดับท็อปๆ ของฮอลลีวูดก็ทำให้ตล่าดเปิดกว้างขึ้นด้วย”

กว่าจะได้ไปเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานกับทีมงานฮอลลีวูดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไมค์มีความรู้สึกท้อบ้างไหม?

“ท้อเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ แค่ไม่ยอมแพ้แค่นั้นเอง มันท้อหลายๆ เรื่องอยู่แล้ว ทั้งเรื่องตัวเอง เรื่องของการงาน แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าตราบใดที่เราไม่ยอมแพ้ยังไงวันนึงต้องมีวันที่เป็นของเรา”

ในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้อะไรที่เป็นเรื่องที่ยากสำหรับไมค์บ้าง?

“ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เป็นหนังเรื่องแรกที่ต้องพูดภาษาอังกฤษของไมค์ ความยากก็คือเรื่องภาษานี่แหละครับ เพราะไม่ใช่ภาษาแม่ของเราด้วย เราอาจจะไม่ชินลิ้นเพราะไม่ได้เกิดและโตที่โน่น ก็อาจจะต้องทำการบ้านค่อนข้างเยอะหน่อย ในการที่จะพยายามทำให้สำเนียงใกล้เคียงครับ”

กับนักแสดงคนอื่นๆ เราตื่นเต้นไหมเวลาทำงานร่วมกัน?

“ตื่นเต้นมากครับ ตอนไปเจอกันครั้งแรก อย่าง เพียร์ซ บรอสแนน ที่เขาเป็นพระเอก เจมส์บอนด์ 007 คือ เราเห็นเขาตั้งแต่เด็ก พอเราได้ไปเจอตัวจริงก็เหมือนเป็นความฝันของเราที่อยากจะร่วมงานกับดาราฮอลลีวูดคนนี้ พอได้ไปเจอเราก็ตื่นเต้น จำได้เลยตอนเช็คแฮนด์กับเขาเราก็มือสั่นๆ ครับ”

“อย่างไมค์เองก็เข้าฉากกับ เพียร์ซ ค่อนข้างเยอะ เราไปถ่ายกันที่ดูไบ มีไปแฮงค์เอาท์กันด้วย เราก็คุยกันเรื่องหนัง เรื่องการแสดง เรื่องสถานที่อะไรแบบนี้ครับ”

ไมค์ เข้าฉากกับ เพียร์ซ

ด้วยความที่  เพียร์ซ บรอสแนน เขารุ่นใหญ่เราได้เก็บเกี่ยววิชาอะไรจากเขาบ้างไหม?

“โดยส่วนตัวผมค่อนข้างเกร็ง เขาก็จะให้กำลังใจ เขาเป็นคนที่ให้พลังบวกกับเราค่อนข้างเยอะ ทำให้เราเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ช่วยให้แสดงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เกร็งน้อยลงด้วยครับ ผมประทับใจเขาแทบทุกอย่างเลย เวลาเขาเห็นว่าเราเกร็ง เขาก็จะบอกว่าเราทำได้ดีแน่นอนอะไรแบบนี้ครับ”

การทำงานระดับฮอลลีวูดเป๊ะแค่ไหน?

“เป๊ะทุกอย่างเลยครับ ถ้าต้องเสร็จเวลาไหนก็ต้องเวลานั้น เราแค่ทำหน้าที่แสดงอย่างเดียว ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ เลย ไม่ต้องกังวลเสื้อผ้า หน้าผม ซีนที่เขาเซ็ทแต่ละทีมเขาก็จะทำงานของเขา สำหรับไมค์ถามว่ารู้สึกแตกต่างจากการทำงานกับที่อื่นไหม ไมค์ไม่ไ้ดรู้สึกแตกต่างนะครับ ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการ วิธีการดูแลของแต่ละกองมากกว่า ส่วนตัวไมค์เองก็ คือ งานที่เราต้องทำออกมาให้ดี หน้าที่ของผมเป็นนักแสดงก็ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุดครับ”

เหมือนเป็นรางวัลสำหรับความไม่ท้อถอยของเรา?

“ใช่ๆ มันอาจจะใช้เวลานานหน่อย คือ มันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กแล้วกลายเป็นเป้าหมายในชีวิตของเรา พอเราทำให้มันเกิดขึ้น มันกลายเป็นความจริงของเรา ได้ไปถึงจุดนั้น ก็อยากจะไปต่อในอนาคตครับ”

คาดหวังกับเส้นทางการทำงานฮอลลีวูดไว้มากน้อยแค่ไหน?

“ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังเลยครับ จริงๆ ก็ทำไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าทำไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์ของความพยายามของเราจะพาเราไปสู่จุดที่บางทีเราอาจจะคาดไม่ถึง หรือเกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้ก็ได้ อยู่กับปัจจุบันและพยายามต่อไป ทำสิ่งที่เราทำให้ดีที่สุดต่อไปครับ”

หลังจากนี้ถ้ามีคนเอ่ยว่า “ไมค์ พิรัชต์ นักแสดงฮอลลีวูด” ไมค์รู้สึกยังไง?

“ส่วนตัวรู้สึกว่ายังไม่ขนาดนั้นครับ อันนี้มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อครับ”

แล้วงานฝั่งเมืองไทยมีอะไรให้แฟนๆ ติดตามบ้าง?

“ตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรมากมายนะครับ แต่ก็ถ้าเป็นงานฝั่งไทยจากที่เห็นผ่านๆ มาจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ต่างๆ ในอนาคตไม่แน่ผมอาจจะมีทำเกี่ยวกับงานเบื้องหลังเพิ่มเติมมากขึ้น เพราะมันเป็นสิ่งที่ชอบส่วนตัว ค่อนข้างมีแพสชั่นในการกำกับ เขียนบท หรือ สร้างหนังอะไรแบบนั้นครับ ในอนาคตก็ไม่แน่ อาจจะได้เห็นกันครับ”

มีผู้จัดท่านไหนติดต่อมาบ้างไหม?

“ไม่ค่อยมีใครรู้เท่าไหร่ครับว่าไมค์อยู่ไทย (หัวเราะ) เพราะผมก็ไม่ค่อยได้โพสต์โซเชียลมีเดียเท่าไหร่ ไม่ได้ออกไปไหน ไม่ค่อยได้คุยกับใครด้วยครับ ก็เลยไม่ค่อยมีใครรู้” 

ไมค์ พิรัชต์

ถ้าจะรับงานที่ไทย สามารถตัดสินใจเองหรือต้องผ่านต้นสังกัด?

“ต้องผ่านค่ายครับ”

งานในจีนล่ะ ยังมีอยู่ไหม?

“มีอยู่เรื่อยๆ ครับ คือ ผมไม่ได้กลับจีนมาประมาณ 2 ปี แล้ว เมื่อปลายปีที่แล้วแพลนว่าจะกลับพอมีงานก็กลับไม่ได้อีก ทีนี้ประมาณ 2 เดือนที่แล้วมีงานเข้ามาก็ว่าจะกลับไปอีกแต่ด้วยสถานการณ์ก็กลับไม่ได้ 2 ปีนี้ก็เสียโอกาสไปค่อนข้างเยอะมากเลย 2 ปี แห่งความว่างเปล่า” 

ฝากถึงภาพยนตร์ The Misfits กับแฟนๆ หน่อย?

The Misfits  นะครับ ฉายที่อเมริกาแล้วส่วนที่ไทยอดใจรอกันนิดนึง ก็ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะครับ ดูแลตัวเองกันดีๆ ไว้สถานการณ์เหล่านี้จบลงก็ไปดูหนังกันได้ครับ”

ถามถึงเรื่องที่เราบริจาคช่วยเกี่ยวกับเรื่องโควิด-19 หน่อย?

“เราก็ทำเท่าที่เราช่วยได้ครับผม ก็ไปบริจาคชุด PPE ให้กับโรงพยาบาล ว่างๆ ก็นั่งทำแซนวิซ นำไปให้ทีมแพทย์ มีบริจาคเงินส่วนหนึ่งครับ”

วันเกิดลูกชาย “น้องแม็กซ์เวลล์” เห็นโอนเงินให้ลูกชายด้วย แฟนๆ ชมว่าน่ารัก?

“ผมแค่มองว่าตอนนี้สถานการณ์ที่เป็นแบบนี้ไม่มีอะไรการันตีว่าในอนาคตมันจะไม่เกิดขึ้นอีก เราก็ไม่มีวันรู้ด้วยว่าในอนาคตงานเราจะดี หรือ จะมีงานทำต่อหรือเปล่า ผมก็เลยต้องการันตีด้วยตัวเองว่าในอนาคตลูกของผมต้องมีเงินไว้สำหรับการศึกษาและการใช้ชีวิตของเขา

ในวันเกิดของเขาเลยเอาเงินฝากเข้าไปในบัญชีที่ผมฝากประจำให้แม็กซ์เวลล์อยู่แล้ว เพื่อเป็นการการันตีว่าในอนาคตต่อให้ผมไม่มีงาน รายได้น้อยลงหรืออะไร เงินตรงนี้ก็จะสามารถให้ไปต่อได้ในอนาคตครับ”

ไมค์ และลูกชาย น้องแม็กซ์เวลล์

คนชื่นชมว่าในสถานการณ์ที่เราก็ไม่ได้มีรายได้แต่เราก็ยังนึกถึงลูก?

“ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนไม่ค่อยใช้เงินจุกจิก แทบไม่ค่อยใช้เงินเลย อย่างเรื่องกิน นานๆ ทีถึงจะกินที่แพงๆ เพราะฉะนั้นเงินเรานอกจากจ่ายทีมงานแล้วก็ไม่ได้ใช้อะไรมากมาย ช่วยอะไรได้ก็ช่วยไป เงินส่วนไหนเก็บได้ก็เก็บ เงินลงทุนจะเป็นอีกก้อนนึง ต้องแบ่ง บริหารเรื่องการเงินให้ดีๆ เพราะเงินก็ไม่ได้หาง่ายๆ ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้ยิ่งต้องระมัดระวัง ผมเลยต้องวางแผนในระยะยาวไว้แบบนี้ครับ”

สุดท้ายให้ฝากผลงานและให้กำลังใจคนไทยกับสถานการณ์ในตอนนี้?

“ก่อนอื่นอยากจะบอกให้ทุกคนสู้ๆ นะครับ ตอนนี้ทุกคนก็กำลังลำบากอยู่ อยากจะให้อดทนจนกว่าเรื่องแย่ๆ นี้จะผ่านพ้นไป ขอให้ทุกคนอย่ายอมแพ้ สู้ให้ถึงที่สุดนะครับดูแลตัวเองกันดีๆ อย่าประมาท อย่าการ์ดตก พยายามอย่าออกไปในสถานที่ที่คนพลุกพล่าน ล้างมือบ่อยๆ เจล แอลกอฮอลล์ก็ติดตัวไว้ด้วยนะครับ ยังไงก็ขอให้ทุกคนสู้ๆ เป็นกำลังใจให้ครับ แล้วก็ฝากหนัง The Misfits ด้วยครับ ถ้าเข้าโรงแล้วก็ไปดูคลายเครียดกันได้ เพราะเรื่องนี้ก็เป็นหนังตลกอยู่พอสมควรครับ”

Related posts