“อู๋ ธรรพ์ณธร” ควงแฟนสาวเล่าเส้นทางพลิกผันกว่าจะรักกันได้ เผยมรสุมพิษโควิดถาโถมหนัก

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 แบบเต็มๆ สำหรับศิลปินยุค 90 อย่าง อู๋ ธรรพ์ณธร ล่าสุดควงหวานใจ ครูเก๋า กรวิวรรณ์ เปิดตัวเป็นที่แรก เล่าผลกระทบจากพิษโควิด-19 ต้องปิดโรงเรียนสอนดนตรีถึง 3 ครั้ง ทำให้มีหนี้สินหลายล้านบาท เจ้าหนี้โทรทวงทุกวันจนหลอน พร้อมเผยเส้นทางความรักยาวนานกว่า 4 ปี เล่าย้อนอดีตฝ่ายชายเคยเจ้าชู้หนักมาก ถึงขั้นบ้านเกือบแตก ในรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง One31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร 

2 ท่านนี้ เปิดโรงเรียนสอนดนตรี ตอนนี้เจอพิษโควิดหนักเหมือนกัน ?

ครูเก๋า : “จริงๆ โดนมาตั้งแต่โควิดรอบแรกแล้วก็ปิดโรงเรียนเลย มีคำสั่งปิดเลย รอบแรกโดนไปประมาณ 6 เดือน รอบที่  2 โดนเดือนมกราคมปี 64 ทั้งเดือน แล้วก็เปิดได้อีกนึงหนึ่งแล้วก็ปิดตั้งแต่ 11 เมษายน จนถึงวันนี้ยังไม่ได้เปิดเลย”

อย่างนี้เสียเท่าไหร่ ? ครูที่สอนดนตรีคือครูที่เราจ้างด้วย ?

ครูเก๋า : “ใช่ค่ะ มีคุณครูในความดูแลประมาณ 20 คน” 

ตั้งแต่โควิดปีที่แล้วรอบแรกจนถึงโควิดรอบที่ 4 เข้าเนื้อไปเท่าไหร่ ?

ครูเก๋า : “หลายล้าน” 

แล้ว 2 คนทำยังไง รู้ว่าต้องทำใจ แต่ทำยังไงให้ประคับประคองมันไปได้ ?

ครูเก๋า : “ตอนนี้ก็เป็นออนไลน์ 100% แต่ด้วยความที่เป็นดนตรีเป็นวิชาทักษะมันก็ไม่เหมือนเจอกันตัวต่อตัวอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ทำได้แค่ประคอง”

ส่วนพี่อู๋ก็เห็นว่าน้อยใจที่ตัวเองเป็นศิลปินยุค 90’s ตอนนี้หางานยากมาก ?

อู๋ : “ก็ไม่มีเลยดีกว่า ตอนแรกจะมีๆ แล้วก็โควิดมาก็ปิด แคนเซิลไปหลายงาน”

ครูเก๋า : “เหมือนโดน 2 เด้ง ด้วยความที่อยู่ได้ด้วยคอนเสิร์ต อีเว้นท์ แล้วก็โรงเรียนอีก ทีนี้ก็เลยทีเดียวเลย” 

ทุกอย่างกลายเป็นศูนย์หมดเลย ขออนุญาตถามทั้งคู่ตอนนี้รายได้แต่ละเดือนมาจากทางไหนนอกเหนือจากออนไลน์ ?

ครูเก๋า : “เงินเก็บ”

อู๋ : “เงินเก็บครับ ทุบหม้อข้าวแล้ว”

แล้วมันจะพอถึงต้นเดือนหน้าไหม ?

อู๋ : “ก็ต้องอยู่ให้ได้ เราคิดแบบนี้ว่าสถานการณ์แบบนี้เราไม่ได้เจอคนเดียว ยังมีเพื่อนร่วมทีมด้วยอีกทั้งโลกเลย รู้สึกว่ายังมีคนที่หนักหนาสาหัสกว่าเราก็มี มีคนที่ไม่ค่อยลำบากก็มี แต่ทุกคนต้องรอดให้ได้ ไม่อยากจะใช้คำนี้ว่า “อ่อนแอก็แพ้ไป”

โควิดทำให้คู้นี้กดดันจนทะเลาะกันเลย เรื่องอะไร ?

อู๋ : “อย่างแรกเลยเรื่องการเงิน มันไม่คล่องเหมือนเมื่อก่อน เวลาอยากจะทำอะไรแล้วมันต้องกระเบียดกระเสียดทำ มันก็เลยรู้สึกว่าทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ บางทีทะเลาะกันเป็นเพราะคิดแทนกัน”

ครูเก๋า : “เหมือนเราก็จะบอกว่าพี่อู๋อย่าเพิ่งซื้ออันนี้เลย พี่อู๋ก็จะบอกว่าเก๋าอย่าเพิ่งทำตรงนี้เลย คือทะเลาะกันด้วยความห่วงใย” 

นอกจากเงินนบัญชีแทบไม่เหลือเลยมีความติดลบด้วย มีเจ้าหนี้ตามทวงด้วย ?

อู๋ : “มีครับ เรื่อยๆ ทุกวันเลย แต่ก็มีญาติๆ น้อง ช่วยซัพพอร์ตบ้าง”

แล้วตอนนี้ยังต้องจ่ายทุกเดือนอยู่ไหม ถามได้ไหมว่าเท่าไหร่ ประมาณคร่าวๆ ?

ครูเก๋า : “จ่ายทุกเดือน ก็เป็นแสนนะ แต่ก็ยังดี เจ้าหนี้บางท่านยังเมตตาเรื่องค่าเช่าโรงเรียนเขาก็ให้พักชำระไว้ก่อน” 

เคยมีจับมือกอดกันร้องไห้เลยไหม ?

อู๋ : “ก็มีกระซิกๆ  แต่ว่าสุดท้ายแล้วพอถึงวันนี้มันก็ต้องดูแลกัน ต้องให้กำลังใจกัน มันก็ต้องมีเสียใจหลั่งน้ำตา สุดท้ายแล้วสำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ถ้าอีกฝ่ายอ่อนแอเมื่อไหร่มันจะดูอ่อนแรงไป”

ครูเก๋า : “แต่เขาเป็นคนเซ้นส์เร็ว อย่างเวลาเราคุยโทรศัพท์ตอบเจ้าหนี้อยู่หน้าเราเปลี่ยน เขาก็จะเอาละ เป็นอะไร พอถามก็เหมือนยิ่งกดดัน บางทีเราก็ไม่อยากบอกเขาทั้งหมดว่าคนนี้ทวงแล้ว อันนี้ตามแล้ว เพราะก็รู้ว่าเขาจะต้องเครียดเพราะคอนเสิร์ตเขาก็พักมานาน”

ณ ตอนนี้ถือว่าหนักที่สุดของชีวิตคู่เลยไหม ถ้าพูดถึงเรื่องเงิน ?

ครูเก๋า : “ใช่ค่ะ”

รอดไหม ?

อู๋ :  “รอด ต้องรอด” 

ที่ถามถึงเรื่องเงินเพราะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คู่นี้ยังไม่ได้แต่งงานซักทีเลื่อนกี่ครั้งแล้ว ?

อู๋ : “เลื่อน 3 ครั้งแล้ว ด้วยโควิดทั้ง 3 รอบเลย”

ตอนแรกวางแผนไว้ยังไง ?

อู๋ : “กะว่าจะมีงานปกติ แต่คงไม่ได้จัดงานในโรงแรม จะจัดในสถานที่หนึ่งเน้นหนักไปทางปาร์ตี้ แต่ก็ยังไม่ได้ติดต่ออะไร” 

ครูเก๋า : “แพลนคือจะเป็นปลายปี 62 ต้นๆ 63 จนสถานการณ์ค่อยๆแย่ขึ้นๆ จนมาตอนนี้ 64 ก็ยัง”

แล้วล็อคไว้แล้วหรือยังวันที่น่าจะแต่งจริงๆ วันไหน  ?

อู๋ : “คงไม่ล็อคแล้ว ถ้าตกลงปลงใจจริงๆ คงจะหาบาทหลวงซักองค์หนึ่งมาทำพิธีให้ เดี๋ยวนี้ผมว่าก็ไม่ได้น่าเกลียด ไม่ต้องปาร์ตี้ก็ได้ ทำให้รู้สึกว่าผู้ใหญ่มีการันตีของเราในความรัก” 

แอบอิจฉาคู่อื่นไหม ศิลปินดาราแต่งกัน ?

อู๋ : “ก็มีบ้าง แอบตาร้อนเล็ก แต่ด้วยความเป็นไปของสถานการณ์แบบนี้ มันต้องปรับเปลี่ยน มันต้องไม่เจ็บตัว เราต้องมีความสุขในความรัก เราต้องไม่เดือดร้อนในความรักที่มันจะเกิดขึ้นเพราะเรา 2 คน” 

เรื่องการแต่งงานของคู่นี้เซ้นส์ซิทีฟมากโดยเฉพาะครูเก๋า เพราะอะไร ?

ครูเก๋า : “เก๋า เคยผ่านงานแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าไม่ได้จดทะเบียน แต่ว่ามีงานใหญ่โตเหมือนกัน ก็ลูกสาวคนเดียวของที่บ้าน” 

พ่อแม่หวงไหม ?

ครูเก๋า : “ไม่ค่อยนะคะ ค่อนข้างปล่อยให้เราคิดให้เราทำ อย่างงานที่ผ่านมาในอดีตด้วยหลายเหตุผลที่มันไปกันไม่ได้ จัดงานใหญ่เลย แต่สุดท้ายก็ต้องแยกกัน” 

ในเวลาอันสั้น เท่าที่ได้ยินมา ?

ครูเก๋า : “แต่งกันไปอาทิตย์เดียว เป็นคนเดินออกมาเอง” 

ในชีวิตทำพิธีกรงานแต่งมาเยอะมาก รู้เรื่องงานแต่งมาเยอะมาก แต่ไม่เคยเจอใครที่แต่งเพียงอาทิตย์เดียวแล้วเลิก แสดงว่าต้องไม่ไหวจริงๆ ?

ครูเก๋า : “ใช่ แต่เป็นที่ตัวเก๋าเองนะ ก่อนจะมีงานแต่งเราแจกการ์ดเชิญผู้ใหญ่หมดแล้ว แต่มีเหตุการณ์หนึ่งเหมือนเรารู้อะไรบางอย่างแล้วเราทนไม่ไหว แต่เราไม่ได้เบรกงานแต่งเหมือนเราเกรงใจที่บ้าน ก็คิดว่าน่าจะผ่านไปได้ สุดท้ายก็ไม่ได้” 

ผ่านเรื่องร้ายๆ มา มาเจอเรื่องดีๆ แบบนี้ ?

อู๋ : “ก็นี่กะจะไปเบรกเอง จริงๆ ตอนนั้นเขาก็เอาการ์ดเชิญมาให้ แล้วก็รู้สึกว่าอกหัก”

ระหว่างที่ครูเก๋ายังไม่ได้แต่งงาน แสดงว่าพี่อู๋จ้องอยู่ แล้วทำไมไม่จีบ ?

อู๋ : “จ้องอยู่ๆ เวลาที่เรารู้สึกกับความรักที่มันรู้สึก มันจะไม่ค่อยเข้าไปก้าวล่วง” 

ได้ข่าวว่าก่อนจะเป็นแฟนพี่จีบเพื่อนเขาทุกคน ?

ครูเก๋า : “จีบเพื่อนเราทุกคน แล้วก็ปรึกษาความรักกับเราด้วย”

อู๋ : “ก็อยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ” 

จีบตั้งหลายคน แล้วตกลงมาเป็นครูเก๋าได้ยังไง ?

อู๋ : “ความพิเศษ ความเป็นเนื้อคู่ไม่ค่อยรู้สึกในตอนที่ผ่านมา แต่รู้สึกอยู่อย่างหนึ่งถ้ามันไม่ใช่เราต้องไม่ฝืน เราต้องไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน” 

ตอนที่ครูเก๋าเอาการ์ดแต่งงานมาให้รู้สึกยังไง ?

อู๋ : “ก็เหมือนคนอกหักนะ” 

แสดงว่าตอนนั้นเรารู้แล้วว่าเราชอบเขา แล้วเขารู้ไหมว่าเราชอบเขา ?

อู๋ : “ชอบตั้งนานแล้ว”

ครูเก๋า : “ไม่รู้ เก๋ามองเขาเป็นพี่ชายมาตลอดเลย เป็นเหมือนน้องเป็นที่ปรึกษา ตอนเชิญเขาก็ยังไม่รู้นะ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวพี่แต่งเพลงให้ในงานแต่ง” 

แล้วไปร้องในงานแต่งของผู้หญิงที่เรารัก ?

อู๋ : “ร้องไม่ได้ซิ เมา ซัดไวน์ไป 14 ขวด ย้อมใจเยอะมากตั้งแต่พิธีเช้าแล้วตั้งแต่เขาผูกข้อมือกัน รู้สึกว่ามันอยู่ใกล้ๆ  แล้วมันทำอะไรไม่ได้ เรารู้สึกว่าเรากำลังจะสูญเสียเขาไปแล้ว” 

ตอนนั้นมีความคิดที่จะบอกไหมว่าพี่รักเก๋า ?

อู๋ : “ไม่ได้ครับ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งก็รุนแรงอยู่แล้ว ไม่อยากสร้างความกดดันให้น้อง” 

หลังจากที่พี่รู้ข่าวว่าครูเก๋าเลิก พี่ทำยังไง ?

อู๋ : “ก็คุยกันต่อเนื่องสานต่อเลยเพื่อไม่ให้หลุดมือไปอีก ด้วยการไปนอนที่โรงรถบ้านเขา ก็ไปหาเขาที่บ้าน”

ครูเก๋า : “ก็พี่อู๋แวะมาทานข้าวที่บ้านแล้วก็ดื่มเหมือนเดิม ตื่นมา 7 โมง นอนอยู่โรงรถ” 

สุดท้ายคุยกันนานไหมจึงตัดสินใจคบกัน อะไรที่ทำให้เปลี่ยนจากพี่เป็นแฟน ?

ครูเก๋า : “ก็วันที่เขามาทานข้าวที่บ้านนั่นแหละ เขาบอกคุณแม่ว่าแม่ไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวอู๋จะดูแลเก๋าเอง” 

แต่เรื่องมันก็ไม่ง่ายได้รับกระแสสังคมโจมตีหนักมาก ?

อู๋ : “ก็มีโทรศัพท์มา มีคอมเม้นท์มา หลายๆ อย่าง”

ครูเก๋า : “หัวขโมยทำให้เขาเลิกกัน จริงๆมันคือไม่ใช่เก๋าเป็นคนที่เลือกตัดสินใจเดินออกมาเอง”

อู๋ : “เรื่องของความรักมันเป็นเรื่องของคน 2 คน ถ้าคนที่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่มีวันรู้หรอก แล้วเราก็จะไม่ตัดสินคนอื่นในตำแหน่งที่เราไม่ได้ไปยืน บางทีเราก็ต้องปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสุดท้ายแล้วมันคืออะไร”

สมัยก่อนพี่อู๋ก็เจ้าชู้ด้วย สมัยก่อนขนาดไหน ?

อู๋ : “เคยมีช่วงหนึ่งในสมัยหัวใจกระดาษ เขาบอกว่าเป็นคาสโนว่าท็อป ไฟว์ ในประเทศไทย ตอนโน้นเลยนะ” 

ที่บอกว่ามีคนมาหน้าบ้าน กลางบ้าน หลังบ้าน เกิดอะไรขึ้น ?

อู๋ : “ตอนนั้นทำร้านอาหารอยู่จตุจักร”

ครูเก๋า : “ตอนนั้นรู้จักเก๋าแล้ว เขามีอดีต ปัจจุบัน อนาคต เขาก็โทรมาคุยว่าพี่จะทำยังไงดี เขาก็ปีนร้านหนี คนอดีตอยู่หลังร้าน คนปัจจุบันอยู่กลางร้านกำลังเคลียร์กันอยู่ คนอนาคตกำลังจะมาหา ปีนออกจ้า”

อู๋  : “ก็ต้องหนีกลับบ้านไปก่อน ก็ต้องสละเรือ ต้องสละเรืออดีตไปก่อน”

แล้วที่บอกว่าครูเก๋าไปเจอผู้หญิงอยู่ในสายโทรศัพท์ อันนี้เป็นแฟนกันหรือยัง ?

ครูเก๋า : “คบกันแล้ว พี่อู๋น่าจะไปคอนเสิร์ตอะไรซักอย่างแล้วยังไม่กลับบ้าน แล้วก็เป็นพี่อู๋โทรมาแต่เป็นเสียงผู้หญิงในสาย แบบอยู่ด้วยกันกับผู้หญิง โทรศัพท์กดออกเองไม่ได้ล็อค” 

เสียงผู้หญิงทำอะไรอยู่ ?

ครูเก๋า : “พูดออกอากาศได้เหรอคะ เราก็ฟังอยู่พักนึงว่าใช่หรือเปล่า แล้วก็กดวาง” 

พอได้ยินแบบนั้นแล้วทำยังไง ?

ครูเก๋า : “เราก็ตั้งสติก่อนทั้งที่จะไม่ค่อยมีสติแล้ว แล้วก็โทรกลับไปก็เป็นเสียงเหมือนเดิม อยู่อย่างนั้นเกือบประมาณ 15 นาที เราจะอัดเสียงไว้ดีไหมหรือจะยังไงดี แต่มือสั่นเลยนะ”

เรื่องนี้จบยังไง ?

ครูเก๋า : “เขาก็กลับมาบ้าน”

อู๋ : “ตอนนั้นเขาอยู่กับคุณแม่เรา” 

โกรธขนาดไหน ?

ครูเก๋า : “ตอนนั้นมือสั่น พูดไม่ออก คนที่ไปเคลียร์ให้คือคุณแม่ เราก็เก็บของ แต่คุณแม่ก็มาดึงว่าอย่าเพิ่งไปให้อู๋กลับมาก่อน คุยกันก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็ไปเคลียร์กัน 2 คนแม่ลูก เช้ามาเขาก็มาขอโทษ”

วินาทีนั้นในใจคิดไหมว่าเราจะเลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว ?

ครูเก๋า : “ไม่มีความคิดนั้นนะ แปลกนะ เหมือนมันไปไม่ถูกมากกว่า” 

สุดท้ายจบยังไงถึงยังนั่งคู่กันจนถึงทุกวันนี้ ?

อู๋ : “มันมากกว่าความรัก มันเป็นเรื่องของการให้อภัย การยอมกัน การเชื่อใจกัน และมีความหวังว่าเราต้องรักกันเหมือนเดิม” 

ตอนนี้เลิกเจ้าชู้หรือยัง ?

ครูเก๋า : “ไม่มีแล้วค่ะ ตั้งแต่คบกันก็เป็นเรื่องเดียว”

อู๋ : “สุดท้ายมันเป็นเรื่องของเวลา เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าผู้หญิงคนไหนรักเราจริงๆ จนกระทั่งเราจะได้เจอกับตัวเอง แล้วที่ผ่านมาเรามักจะทำตัวเองเสมอ เราจะเป็นคนไม่ค่อยรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะหลายๆครั้งมันเกิดขึ้นจากเรา แล้วเราไม่ยอมรับปัญหานั้น แล้วเราก็เดินออกมาจากปัญหานั้น สุดท้ายเราก็จะอยู่กับปัญหานี้ และต้องไม่ทำให้เกิดเรื่องร้ายๆ นึกถึงวันแรกที่รักกัน นึกถึงครั้งแรกที่เจอกัน นึกถึงความรู้สึกที่ดีต่อกัน แล้วก็จะรู้สึกว่าคนนี้แหละ”

วันนี้อยากจะบอกอะไรเขา ?

อู๋ : “คงบอกกันทุกวัน อยากจะขอบคุณกำลังใจ ขอบคุณทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง มันเป็นคำพูดไม่ได้ สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยง ทำให้ทุกๆวันที่จะดำเนินต่อไปมันมีความหมาย”

ครูเก๋า : “รักแหละค่ะ รักทุกวัน”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บ Show ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Related posts