“ป้าแจ๋ว” หงายหลังตึง หลังประกาศล็อกดาวน์กะทันหัน กองถ่ายล่มยกเลิกด่วน

ป้าแจ๋ว เร่งเขียนบทจนเสร็จ เตรียมพร้อมขอคิวดาราเพื่อออกกองถ่าย เจอล็อกดาวน์กะทันหัน หงายหลังตึงเลย 

หลังจากที่มีประกาศล็อกดาวน์กรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลออกมาในช่วงเวลาตี 1 ของวันที่ 27 มิ.ย. ทำเอาธุรกิจทุกวงการตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว และวงการบันเทิงก็เช่นกันต้องหยุดชะงักการถ่ายทำ จากข่าวดังกล่าว ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธ์ุไพบูลย์ ในฐานะผู้จัดและผู้กำกับ ก่อนหน้านี้ได้มีการตระเตรียมเพื่อออกกองถ่ายเพราะมีมาตรการให้ผ่อนคลายได้ เร่งเขียนบท ขอคิวดารา แต่สุดท้ายหงายหลังตึงเจอประกาศล็อกดาวน์กะทันหัน 

โดยเจ้าตัวได้เขียนข้อความระบายความในใจผ่านไอจีไว้ว่า “สัปดาห์ที่แล้วมีประกาศผ่อนคลายให้กองถ่ายทำงานได้ ชนิดทำงานไม่เกิน 50 คน ฉันก็เริ่มวางแผนการถ่ายละคร #คุณหมีปาฏิหาริย์ ต่อ หลังจากที่หยุดกองไปสองเดือน เร่งบทให้เขียนให้จบ เพราะถ้าบทไม่มาจนจบ เราจะวางแผนใดๆไม่ได้เลย เพราะถ้าไม่มีบททุกคนก็จะทำงานไม่ได้ เป้าหมายของงานก็จะไม่บรรลุ จนในที่สุดบทก็ถูกส่งมาจนถึงตอนจบ เราเริ่มแยกฉาก จัดเตรียมตารางการถ่ายทำเพื่อปิดโลเคชั่นบางแห่ง เมื่อสองสามวันก่อนก็ประชุมออกคิวถ่ายวัน จันทร์ ถึง พุธ ที่จะมาถึงนี้ วางแผนรัดกุมในการทำงานให้ปลอดภัยเพื่อไม่ให้ชุมชนรอบข้างที่เราไปถ่ายมาร้องเรียนเราได้ ระหว่างประชุม ฉันยังพูดเล่นๆ อยู่เลยว่า ไม่ใช่พอประชุมเสร็จ เตรียมงานแล้ว มีประกาศล็อกดาวน์ กทม ออกมาอีกนะ หงายหลังเลย”

“เมื่อวานดูข่าวตลอด สังหรณ์ใจว่าน่าจะมีเหตุการณ์พลิกแล้ว เช้านี้ก็มีประกาศราชกิจจาฯ ออกมา รีบอ่าน อ่านจบตั้งสติ แล้วโทรคุยกับผู้ช่วย สั่งยกเลิกคิวกล้อง ไฟ อาหาร เพราะถ้าสั่งยกเลิกช้า จะต้องมีค่าใช้จ่ายครึ่งคิว เป็นเงินหลายหมื่นบาท รวมทั้งขอยกเลิกแล็ปที่จะมาตรวจโควิดแบบแหย่จมูกทั้งกอง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเกือบห้าหมื่นบาทเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษ ยกเลิกนัดนักแสดง ซึ่งขอคิวมาได้ยากมาก เข้าใจเลยว่าทุกคนก็กังวลที่จะมาทำงานในกองที่มีคนทำงานหลายคน”

“ทุกอย่างเป็นไปตามสังหรณ์ที่มี ไม่อยากโกรธ ไม่อยากโวยวาย ไม่อยากโทษใคร ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเจ้าไวรัสโควิดตัวร้าย ที่มาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างบนโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่เราที่ต้องทนทุกข์อยู่คนเดียว แต่ทุกคนในประเทศนี้ ในโลกนี้ ต้องทุกข์ร่วมกัน ผู้บริหารราชการในประเทศของเรา ที่ดีก็มีอยู่ ที่แย่ทำงานไม่เป็นก็เยอะ ที่ดีแต่พูดไม่เข้าท่าก็มาก จะล้ม หรือไล่ไป ก็ใช่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ คนที่มาใหม่อาจจะดีหรือแย่กว่าเก่าก็เดาไม่ถูก
นึกอยากจะโกรธเหมือนกัน แต่โกรธไปความดันก็จะขึ้น 555 มีแต่โมหะเต็มหัว เต็มใจ คิดอะไรไม่ออก”

“พอคิดได้อย่างนั้นก็ค่อยๆคลายความเครียดลงไปหน่อย (ถึงแม้จะยังคงมีซ่อนไว้ลึกๆ ในสมองบ้าง ) พยายามคิดให้ได้ว่า มาตรการต่างๆ ที่ดูทำร้ายการใช้ชีวิต ทำร้ายจิตใจ ทำร้ายอาชีพของทุกคน อาจจะทำให้การระบาดอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ ลดลง หรือยับยั้งได้บ้าง สำเร็จหรือไม่ก็ไม่รู้ได้ ยังดีกว่าไม่ได้ลองเสียเลย รู้ว่าอึดอัด ทุกข์ใจ แต่ไม่ใช่ประเทศเราประเทศเดียวที่ต้องเผชิญชะตากรรมเช่นนี้ อ่านข่าวไปเรื่อยก็จะพบว่า มีอีกหลายประเทศที่แย่กว่าเรา หรืออาจจะดูดีกว่า แต่ก็มีเหตุให้ต้องมาล็อคดาวน์ก็หลายประเทศ ทำใจและใช้ความคิดหาทางที่จะดำเนินการทำงาน ดำเนินชีวิตต่อไปดีกว่า”

  • ราชกิจจาฯ เผยแพร่มาตรการคุมโควิด กทม.-ปริมณฑล “ปิดแคมป์คนงาน 30 วัน-ห้ามนั่งกินในร้าน”

Related posts