“ปอยฝ้าย มาลัยพร” เผยสถานะการเงินเหมือนถังน้ำรั่ว หวังสุดท้ายขายที่ได้ 30 ล้านต่อชีวิต

ปอยฝ้าย มาลัยพร เปิดใจถึงวันเข้าตาจนไม่มีจะกินจริงๆ ไม่อายที่จะออกไปเป็นหมอลำขอทานต่อลมหายใจ เผยที่ผ่านมาพยามดิ้นรนประคองตัวทุกวิถีทางแล้ว แต่สถานะทางการเงินไม่ต่างกับถังน้ำมันรั่วไหลไม่หยุด

จากกรณี ปอยฝ้าย มาลัยพร นักร้องลูกทุ่งหมอลำคนดัง ออกมาประกาศขายที่ดินแปลงหนึ่งที่ จ.อุดรธานี ผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 สร้างความเดือดร้อนอย่างมาก ไม่มีงานร้องเพลง งานแสดงละคร ขาดรายได้มานานกว่า 2 ปี อาจถูกยึดบ้าน และถูกฟ้องล้มละลายได้หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ถึงขั้นต้องออกมาวิงอนนายทุนซื้อที่ดิน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ปอยฝ้าย มาลัย เปิดเผยกับ ว่า อันที่จริงที่แปลงนี้ซึ่งมีเนื้อที่ 65 ไร่ ได้ประกาศขายในราคาไร่ละ 5 แสนบาท ยกแปลงราคา 30 ล้านบาท มาเป็นเวลานานแล้ว ประมาณ 6-7 ปี ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด

ที่ผ่านมามีนายหน้าและนายทุนมาสอบถามเป็นระยะๆ แต่ยังไม่มีการตกลงซื้อขายกันเป็นกิจลักษณะ เชื่อว่าปัญหาสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ยิ่งพอมามีการแพร่ระบาดโควิด-19 เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ยิ่งทำให้ความหวังจะขายที่ดินแปลงนี้ได้ลดลงไปด้วย

“ที่ดินแปลงนี้อยู่ในตำบลบ้านสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ผมประกาศขายมาก่อนหน้าโควิดหลายปีแล้ว เหมือนจะมีคนมาซื้อแต่ก็ไม่ซื้อ ก่อนหน้านี้ก็ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง ตอนนี้ก็โควิดก็ยาก แบ่งขายเราก็ไม่มีทันไปแบ่งไปจัดสรร ก็มีนายหน้านายทุนทักมาเรื่อยแหละ แต่ความหวังอยู่ไกลๆ โน่น ไม่น่าจะได้หรอก สถานการณ์นี้ใครๆ ก็ลำบาก”

เจ้าของเสียงร้องเพลงตลกอกหัก และเพลงมันต้องถอน ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเมื่อหลายปีก่อน บอกต่ออีกว่า ตั้งแต่ไม่มีงานร้องเพลง งานละคร ขาดรายได้หลักมาเป็นเวลากว่า 2 ปี ไม่เคยย่อท้อต่อโชคชะตา ไปทอดแหใส่เบ็ดหาปลาตามคูคลองละแวกใกล้บ้านมาปรุงอาหาร ลดค่าใช้จ่าย พยายามดิ้นรนหาช่องทำกินต่อเนื่อง แต่สถานนะทางการเงินย่ำแย่ต่อเนื่อง เงินเก็บหร่อยหรอไม่ต่างกับถังน้ำมันรั่วไหลออกมาหยุด โดยตอนนี้กำลังทำผลิตภัณฑ์บะหมี่หม้อร้อนจำหน่ายทางออนไลน์ และปลูกกล้วยด่าง

“ไม่ใช่ว่าเราไม่พยายาม ไม่ดิ้นรนนะ แต่มันเปรียบเหมือนถังน้ำมันรั่วตอนนี้ น้ำมันไหลออกจากถังเรื่อยๆ สิ่งที่เราหาเพิ่มเหมือนกับเราหาไปอุดรูน้ำถังน้ำมัน ไม่ให้น้ำมันไหลแรง แต่ว่าวันหนึ่งมันก็ต้องหมดอยู่ดี ถึงมันจะไหลช้าลงก็ตาม ทีนี้อาชีพเราคือร้องเพลง มาขายของออนไลน์มันก็ไม่ง่าย พูดตรงๆ คือสัญชาตญาณพ่อค้าเราไม่มี มันก็ได้แค่ประมาณหนึ่ง ตอนนี้มีแต่หายใจไปวันๆ มืดไปหมด ถึงวันนั้นค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง”

นักร้องที่เติบโตมาจากการแสดงตลก วงดนตรีลูกทุ่งหมอลำเสียงอิสาน กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ได้แต่หวังว่าจะได้กลับมาทำงานร้องเพลง แสดงละคร มีรายได้ เหมือนช่วงที่ยังไม่เกิดโควิด แต่จากสถิติผู้ติดเชื้อที่พุ่งต่อเนื่องทุกวัน การที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในเร็ววันนี้ น่าจะเป็นไปยาก ซึ่งถ้าถึงวันที่เข้าตาจนจริงๆ ก็ไม่อายที่่จะใส่ชุดกากเพชร ขนอิเล็กโทนออกไปเป็นหมอลำขอทานข้างถนน เพื่อความอยู่รอด

“เราไม่ได้ตกอับจากการทำร้ายตัวเอง มันเป็นเพราะสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สังเกตสิเคยมีไหมอยู่หน้าหมู่บ้าน รถเก๋งมีแต่คันหรูๆ ขับมาจอดขายแกงขายบวบ ตอนนี้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นแล้ว จอดขายของกันสองข้างถนนไม่เหมือนรถพ่อค้าแม่ค้าเลย คนอื่นเขาก็เป็นไม่ใช่เป็นแค่เรา”

“เพราะฉะนั้นถ้าถึงจุดนั้นจริงๆ เอายังไงก็เอาไม่อาย สมัยก่อนก็มีหมอลำขอข้าว เอาอิเล็กโทนไปเล่นข้างถนน ใส่ชุดกากเพชรไปร้องหมอลำขอทาน หรือเปิดหมวกก็ไม่แน่ถ้ามันถึงจุดจริงๆ ต้องสู้ อีก 2-3 เดือนข้างหน้าถ้าการขับเคลื่อนไม่ดีกว่านี้ ถูกยึดบ้านหรือฟ้องล้มละลาย ก็ต้อประนีประนอมขอความเมตตากับศาล คือตอนนี้เราก็ยังสู้อยู่” ปอยฝ้ายกล่าวในที่สุด

Related posts