“ธงธง มกจ๊ก” เจอพิษโควิดสุดกลั้นต้องปล่อยโฮ เผยนำเงินเก็บรักษาแม่-พี่ชายป่วยติดเตียง

นักแสดงตลกมากฝีมือ ธงธง มกจ๊ก มาเปิดใจครั้งแรกหลังปล่อยโฮต่อหน้าสื่อ เพราะเจอพิษโควิด-19 กระทบธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ หวั่นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ตอนนี้ไม่มีรายรับ ต้องเอาเงินเก็บมารักษาแม่-พี่ชาย ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง พร้อมผุดอาชีพใหม่ตักบาตรออนไลน์ ผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่องวัน31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

พี่ร้องไห้ ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?

ธงธง : “นักข่าวเขาต้องโทรมาสัมภาษณ์ใครที่เป็นเจ้าของกิจการแล้วประสบปัญหาโควิด พอประสบปัญหาแล้วมันเป็นยังไง แล้วที่พี่ปล่อยโฮร้องไห้ เพราะว่าที่ร้านมันมีปัญหาจริง แต่ที่ร้องไห้เสียใจหนักๆ เลย คือลูกน้องที่อยู่ด้วยกันมาก็เหมือนคนในครอบครัว แล้ววันนึงที่มันไปต่อไม่ได้ เพราะว่าที่โคราชเริ่มเป็นพื้นที่สีแดง งดทานอาหารในร้านแล้ว จำเป็นต้องเอาใครสักคนออก 10 คนนี้ออกสัก 3 แบกไม่ไหวจริงๆ เพราะว่าค่าใช้จ่ายตกเดือนละเกือบ 2 แสน มันไม่ไหว”

“อย่าลืมว่าก๋วยเตี๋ยวเนี่ยเวลากินต้องกินร้อนๆ คนสั่งกลับบ้านน้อย ปกติจะขายได้วันละ 500 ชาม พีคๆ นะ เดี๋ยวนี้ 50 ชามให้ถึงเถอะ พี่ก็เลยจำเป็นที่จะต้องทำยังไง บริหารจัดการ เราก็เลยมาประชุมกับครอบครัวเราว่าเราจะปลดพนักงาน 3 คน ในขณะที่ประชุม เรียกพนักงานมา เรารู้จักเขา แล้วเห็นว่าเขาทำงานดี ทุกคนดีเหมือนคนในครอบครัว พอพูดว่าจะปลดมันร้องไห้ เราก็ร้อง มันก็เลยอัดอั้นตันใจ ตอนที่พูดว่า เห้ย…พี่ต้องปลดแหละ พอให้สัมภาษณ์มันก็ยังอินอยู่ ก็เลยเผลอหลุดร้องไห้ออกมา”

คนเขาดู เขาบอกว่าพี่ธงหิวแสงหรือเปล่า ร้องไห้ให้คนดู ให้คนเสียใจ?

ธงธง : “พี่บอกเลย พี่เป็นคนในแสง ถ้าแสงมากกว่านี้หน้าเป็นฝ้าแล้ว”

ตอนนั้นพี่มีลูกน้องทั้งหมด 10 คน ตอนนี้ยัง 10 อยู่ไหม?

ธงธง : “10 อยู่”

ตอนนั้นที่พี่จะปลด 3 คน พี่เอาอะไรมาวัดว่า 3 คนนี้ต้องออก?

ธงธง : “ตำแหน่งซ้ำ พนักงานเสิร์ฟ พอมันเยอะแล้วไม่ได้เสิร์ฟแล้ว เราก็ต้องปลดพนักงานเสิร์ฟเป็นอันดับแรก แต่สุดท้ายตอนนี้ก็ยังอยู่ เพราะเราเห็นปัญหาเขา บางคนสามีตกงาน บางคนแม่ป่วย บางคนมีลูกอยู่ แล้วหนูจะทำยังไง มันเหมือนเราเวลากองถ่ายโทรมาบอกว่าวันนี้ไม่มีถ่ายแล้วนะ ละครงด วันนี้รายการงด เรายังรู้สึกเฟลเลย แล้วคนที่ในสถานการณ์แบบนี้เขาจะไปสมัครงานที่ไหน เขาจะเอาเงินมาจากไหน”

คนรอบข้างพี่ เขาจะมองว่าเราคือเจ้านาย เราคือบอสไม่เข้มแข็งพอ?

ธงธง : “กลัวตรงนี้มากเลย ลูกหลานก็บอกว่าทำไมไม่สตรองกว่านี้ แต่เราตกลงกันแล้วว่าวันนี้เราอยู่บนเรือลำเดียวกัน ถ้ารอดเราต้องรอดด้วยกัน วันนี้เรือจะล่มแล้ว กระโดดลงน้ำไป 3 คน เขาว่ายน้ำไปได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้ แข็งขนาดไหนเดี๋ยวก็ตาย ไม่ไหวขึ้นมา อีกคนกระโดดลง แม้แต่เจ้าของร้านยังต้องกระโดดลงน้ำเลยเพื่อพยุงเรือลำนี้ให้มันอยู่รอด”

พี่จะบอกพวกเราว่าถ้าในอนาคตเรือมันไปไม่ไหวก็คือตาย 10 เลย?

ธงธง : “ใช่ แต่สิ่งหนึ่งที่มีความรู้สึกว่าข่าวนี้ออกไปมันมีข้อดีอยู่อย่างนึง คือต้องบอกว่า ร้านธงธงลงเรือ เราบริหารจัดการ กำไรส่วนหนึ่งเราแบ่ง ปันผลให้กับการทำบุญอยู่แล้ว เมื่อโควิดปีที่แล้ว เราได้แจกข้าวสาร อาหารกล่อง ตามที่ชุมชนต่างๆ ก่อนหน้านี้น้ำท่วมเราก็ไปแจก คนเหล่านี้พอข่าวออกไปต้องขอบคุณมากจริงๆ มาช่วย ทุกคนก็แบบว่าเหมือนเรามาช่วยเขา ทำให้ยอดมันกระเตื้องขึ้น เราอยู่ได้ ถ้ามันเป็นอย่างนี้เราอยู่ได้ คนโคราชไม่ทิ้งกัน”

การที่เราออกมา แล้วมีการร้องไห้ผ่านสื่อแบบนี้ หลายคนอาจจะมองว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า?

ธงธง : “ตอนแรกพี่ก็สงสัยว่าพี่เป็นซึมเศร้าหรือเปล่า แต่เมื่อวันแม่ที่ผ่านมา พี่ก็รับทำปิ่นโตบอกรักแม่ กระแสตอบรับดีมาก คนสั่งออเดอร์วันที่ 12 เยอะมาก ก็ต้องทำกับข้าวเอง 2 คนกับแม่บ้าน จัดพวงมาลัย จัดทุกอย่างแล้ว เหลือทำกับข้าวต้องส่งมันกดดัน หลายที่มาก พอมันเร่งมากงงตัวเอง พี่ก็ตบหน้าตัวเอง ตบจนเจ็บ แต่ภาพที่มันย้อนกลับมาตอนนั้นยังร้องไห้ เนื่องจากว่าให้สัมภาษณ์เรื่องของเด็กที่ร้าน มันก็เลยเหมือนกับว่าพี่ป่วย จริงๆ เราแค่สงสัยว่าเราเป็นหรือเปล่า เราก็ปรึกษามยุรินว่าพี่เป็นไหม เขาบอกพี่ธงแก่ พี่ธงคือวัยทองอาการมันเป็นอย่างนี้”

แต่พี่ไม่ได้ทำร้ายตัวเองใช่ไหม?

ธงธง : “พี่ไม่ได้ทำร้ายตัวเอง ที่พี่ตบ ตอนนั้นคือมันงง เพราะมันเร่ง แต่จริงๆ ไม่ถึงขนาดทำร้ายตัวเอง”

อย่างนี้พี่ต้องไปหาหมอไหม?

ธงธง : “ยังอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาเพื่อน อาการมันไม่ได้พัฒนาอะไร แค่งงๆ เตือนสติ เรียกสติ”

ความเครียดทั้งหมดตอนนี้ถ้าพี่โทษสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คือพี่โทษโควิด-19?

ธงธง : “เพิ่งมาเป็นปัญหาในขณะนี้ มันเป็นผลกระทบจริงๆ พี่เชื่อว่าเป็นจริงแล้วเป็นทั้งโลก ไม่ได้เป็นเฉพาะร้านพี่ เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่รอดให้ได้ยังไง มันก็มีข้อดีของมันแหละ อย่างน้อยๆ ข้อดีในการพัฒนา แต่ก่อนเราเป็นผู้ให้ วันนี้เราก็เปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้รับ รับน้ำใจจากคนโคราชด้วยกัน อย่างน้อยรับมือกับโควิด รับที่จะฟังคำติชมต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์กร พัฒนาร้านทำยังไงให้มันสตรองขึ้น ทำยังไงให้คนยังพูดถึงชื่อร้านจะไม่หายไป”

ในความอยู่รอด รายจ่ายก็เท่าเดิม แล้วมีการตกลงกันไหมว่าต้องลดค่าใช้จ่าย?

ธงธง : “เราตกลงกัน เราลดเงินเดือนลงครึ่งนึง เพื่อความอยู่รอด”

มีใครท้วงไหมเรื่องลดเงินเดือน?

ธงธง : “ก็มีแหละ ลูกหลานนี่แหละ บอกว่าแล้วเขาจะอยู่ได้เหรอ ก็บอกว่าถ้าเขาอยู่ไม่ได้เราก็อยู่ไม่ได้ แต่โชคดีอย่างหนึ่งเราทำประกันสังคม มันก็มีรายได้ชดเชย 2-3 เดือนนี้ ก็หวังว่ายอดผู้ติดเชื้อมันจะลดลงในเดือน สองเดือนนี้”

ปกติพีคๆ แล้วขายได้วันละเท่าไหร่?

ธงธง : “ประมาณ 500 ชาม ตกชามละ 40 บาท ก็กำไรครึ่งนึง”

กำไรวันละหมื่นเลยเหรอ?

ธงธง : “ใช่ ตอนนั้นนะ แต่ถามว่าตอนนี้ละ”

แล้วตอนนี้มันลดไปขนาดไหน?

ธงธง : “ลดเหลือ 50 ชาม นี่ดีใจแล้ว พอมันมีข่าวแบบนี้ออกไปก็มีผู้ใหญ่ใจดีหลายคนโทรมาสั่งข้าวกล่องส่งให้บุคลากรทางการแพทย์และชุมชนต่างๆ ที่เดือดร้อน ขอบคุณมากเลย”

อยากจะบอกอะไรลูกน้อง?

ธงธง : “ก็สู้ไปด้วยกัน เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว วันนี้เราไม่ทิ้งกัน ทำให้ดีที่สุด ป้องกันตัวเอง รักครอบครัวยังไง ให้รักร้านธงธงอย่างนั้น แล้วเราจะรอดไปด้วยกัน”

พี่เอาเงินเก็บทั้งหมดมาลงกับร้านเหรอ?

ธงธง : “ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะมันเป็นกิจการของครอบครัว เราก็แพลนต่อว่าเราจะมีลูกชิ้น ซึ่งตอนนี้เรากำลังจะทำแบรนด์ เพราะผ่าน อย. เรียบร้อยแล้ว แต่มันมีปัญหาโควิดก่อน”

ถ้าวันนึงเงินสำรองมันเริ่มร่อยหรอจะทำยังไง มีแผนไหม?

ธงธง : “อันนี้เป็นปัญหาเฉพาะหน้าจริงๆ  เราต้องรอดูว่าโควิดจะเป็นยังไง แล้วเราจะไหวแค่ไหน”

พี่ว่าอยู่ได้อีกกี่เดือน?

ธงธง : “เงินสำรองของร้าน พี่ว่าถ้ามีคนโคราชมาช่วยแบบนี้ ถ้ามันดีแบบนี้ต่อเนื่อง คนโคราชยังรักกันอยู่ 4-5 เดือนได้ ถ้าโควิดลงก่อน พี่ว่ารอด”

แล้วถ้า 6 เดือนโคงิดยังไม่ลงละ?

ธงธง : “ไปจ๊ะ”

สมมติพี่ดึงเงินส่วนตัวมาครึ่งนึงลงร้าน แล้วถ้ามันไปไม่ไหว พี่จะดึงเอาทั้งหมดมาลงร้านต่อเหรอ?

ธงธง : “นี่ก็คือสองจิตสองใจมาก เพราะมันยังมีบางส่วนที่เราทำไว้เพื่อเราจะมาทำลูกชิ้น มันต้องบอกวันต่อวัน พูดตรงนี้แบบเด็ดขาดเลย เราบอกวันนี้ด้วยสถานการณ์โควิดที่มันไม่แน่นอน ยอดผู้ป่วย เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงมันยังไม่เสถียร ตอบคำถามไม่ได้เลย”

ที่พี่คิดหนักเพราะพี่ต้องดูแลคุณแม่ ดูแลพี่ชายด้วยหรือเปล่า?

ธงธง : “ใช่ แม่ก็เป็นผู้ป่วยติดเตียง อายุ 90 แล้วพี่ชายก็เป็นผู้ป่วยติดเตียง เป็นเบาหวานกันทั้งบ้าน  แม่ติดเตียงมาประมาณ 5-6 ปี พี่ชายเพิ่งจะเป็นมา 1-2 ปีนี้”

ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ดูแลในแต่ละเดือนเท่าไหร่?

ธงธง : “แม่เนี่ย ไหนจะค่าคนดูแล ไหนจะค่าแพมเพิส ค่ายา แล้วมีให้อาหารทางสายยางอีก เพราะฉะนั้นอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้เป็นเงินหมด แต่พี่ชายพอจะกินข้าวได้”

อย่างนี้เรียกว่าเอาเงินเก็บมาดูแลได้ไหม?

ธงธง : “ตอนนี้เอาเงินเก็บมาดูแล”

มีผ่อนบ้าน ผ่อนรถด้วยไหม?

ธงธง : “มีผ่อนอยู่เลย พี่บอกเลยว่าค่าใช้จ่ายจริงๆ เฉพาะส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับร้านนะ แสนห้าต่อเดือน ร้านก็เหลือประมาณแสนกว่าบาท”

ตีว่าเดือนนึง 3 แสน ตอนนี้ยังไหวอยู่ไหม?

ธงธง : “เกือบแล้ว”

แล้วละครได้ทำบ้างไหม?

ธงธง : “ตอนนี้ละครยังปิดกล้องอยู่ เขายังเปิดไม่ได้ ด้วยสถานการณ์แบบนี้”

พี่ว่างจากงานในวงการกี่เดือนแล้ว?

ธงธง : “ตั้งแต่เดือนเมษายน แต่เราก็ไม่หยุดเฉยนะ อะไรที่ทำเป็นเงินได้ ล่าสุดไปรับไก่กอและของเพื่อนเอามาขายในหมู่บ้าน ได้กำไรวันละ 300 ถือว่าเป็นค่ากับข้าว เวลาว่างๆ พี่ก็ฝึกจักดอกไม้ ทำนู่น ทำนี่ ให้มันเป็นเงิน แล้วจัดแคมเปญนู่นนี่นั่นขึ้นมา มันก็ได้เป็นเงิน พี่บอกเลยว่าโควิดถ้ามองในมุมบวก มันก็ให้พลังบวกกับเรา ให้ค้นหาตัวเองจนได้ อย่างล่าสุด พี่เป็นคนชอบทำบุญ ตักบาตรทุกวัน”

ตักบาตรออนไลน์คืออะไร?

ธงธง : “พี่ก็จัดอาหารถวายพระทุกวัน เซ็ตอาหารพี่มันจะดูหน้าตาดี แล้วก็มีคนโทรมาจากเมืองนอก คือเขาอยู่เมืองนอก เขาตักบาตรไม่ได้ ช่วยตักบาตรให้หน่อยได้ไหม เราก็ตักบาตรให้เขา แล้วกรวดน้ำให้เขา พี่รับได้วันละ 10 ที่”

กำไรเท่าไหร่ในการตักบาตรออนไลน์?

ธงธง : “กำไรก็มีแหละ ประมาณ 80-100 ล่าสุดจะรับงานแต่ง งานอีเว้นท์ด้วย เอาหมด”

จากโควิดทำให้เราค้นพบอาชีพเพิ่มขึ้นกี่อาชีพ?

ธงธง : “ก็มีแค่อาชีพจัดดอกไม้เพิ่มขึ้น มีตักบาตรที่มันของชอบอยู่แล้ว เราอยู่แบบนี้เหมือนบุญต่อบุญไปเรื่อยๆ”

เหนื่อยไหม?

ธงธง : “เหนื่อยแหละ แต่มันสนุก”

พี่ธงเหมือนเป็นเสาหลักของทุกคน แล้วเอากำลังใจมาจากไหน?

ธงธง : “วันนี้สู้เพื่อแม่ บอกเลยทำความดีในทุกๆ วัน เราชอบที่จะทำความดีเยอะๆ ถ้าวันนึงเราตาย เราไม่กลัวเรื่องความตาย ตายได้เลย แต่คราวนี้มันตายไม่ได้ เคยเกิดอาการเหมือนจะตายครั้งนึง แล้วนึกขึ้นได้ว่าแม่อยู่ยังไง ตายไม่ได้ ลุกขึ้นมาใหม่ มันห่วงคือแม่ ตอนนี้กำลังใจอยู่ที่แม่อย่างเดียว วันนึงขอให้ได้เห็นหน้าแม่ ได้ส่งแม่ก่อน การตักบาตรก็พยุงแม่มาตักทุกวัน ถ้าแม่จะตาย แม่ต้องเอาบุญไปเยอะๆ แล้วค่อยตายจากหนูนะ”

แล้วถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วพี่ไม่สบายจะทำยังไง?

ธงธง : “มันต้องบอกเป็นวันต่อวันเลย”

แล้วคนที่จะมาซัพพอร์ตพี่ในเรื่องหัวใจ?

ธงธง : “ไม่มีเลย เพิ่งจะเปิดรับได้ 1-2 ปีนี่แหละ”

หนุ่มๆ ที่ทักพี่มาตอนมารายการครั้งที่แล้ว มีจริง?

ธงธง : “3 คน เขาทักมาคุยปกติทั่วไป แต่ว่าเราไม่ได้เริ่มคบอะไรกันหรอก คุยแล้วมันไม่คลิก”

ตอนนี้ยังโสด?

ธงธง : “ยังโสดอยู่”

ถ้าเลือกได้อยากได้แบบไหน?

ธงธง : “ถ้าเลือกได้ก็อยากได้คนที่สามารถเลี้ยงดูเราได้”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บ Show ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Related posts