กรมอุทยานฯ ลุยจับค้างคาวมงกุฏในถ้ำกลางป่า จ.จันทบุรี หาเชื้อโควิด​-19

ค้างคาวมงกุฏ โควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วน ร่วมตรวจหาค้างคาวภายในถ้ำสะดอ จ.จันทบุรี
  • โดยวางแผนจับค้างคาวมากกว่า 100 ตัว โดยเฉพาะค้างคาวมงกุฎ
  • นำตัวอย่างที่เก็บได้ไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 และเชื้อไวรัสที่สำคัญอย่างละเอียด

วันนี้ (13 มิ.ย. 63) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 03.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ถ้ำสะดอ หมู่ 2 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือ “หมอล็อต” หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

พร้อมด้วย ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี จากศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คนไทยคนแรกที่ค้นพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย อาจารย์ประทีป ด้วงแค คณะวนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี และกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธิน 544 ร่วมกันตรวจหาค้างคาวภายในถ้ำดังกล่าว โดยวางแผนจับค้างคาวมากกว่า 100 ตัว โดยเฉพาะค้างคาวมงกุฎ นำมาเก็บตัวอย่างเลือด น้ำลาย และอุจจาระ และนำตัวอย่างที่เก็บได้ไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 และเชื้อไวรัสที่สำคัญอย่างละเอียดในห้องแล็ปต่อไป

ดร.สุภาภรณ์ เปิดเผยว่า “สาเหตุที่ต้องเริ่มมีการตรวจสอบค้างคาวค้างคาวมงกุฎ เนื่องจากมีรายงานจากประเทศจีนว่า ไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในคนมีลักษณะเดียวกันกับไวรัสที่พบในค้างคาวมงกุฎ ที่สำคัญได้มีการพบค้างคาวชนิดนี้ในไทยด้วย ในเมืองไทยมีค้างคาวมงกุฎถึง 23 สายพันธุ์

จึงจำเป็นต้องค้นหาโรคและไวรัสโควิด-19 ในค้างคาวมงกุฎทุกสายพันธุ์ในเมืองไทย และเป็นครั้งแรกของไทยที่มีการหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในค้างคาวมงกุฎอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ การวิจัยเรื่องโรคจากค้างคาวที่เมืองไทยทำมาเกือบ 20 ปี ยังไม่เคยมีการตรวจสอบค้างคาวมงกุฎแต่อย่างใด จึงยังไม่มีข้อมูลว่าค้างคาวมงกุฎมีเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ซึ่งจะต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนต่อไป”

“แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้ามองการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ในค้างคาวมงกุฎแบบเดียวกับที่พบค้างคาวสายพันธุ์นี้ในประเทศจีน เมืองไทยก็มีโอกาสจะพบเชื้อไวรัสนี้ แต่อัตราการติดเชื้อจะมีโอกาสมากหรือน้อย ต้องตรวจสอบกันต่อไป ส่วนเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะหมดไปจากเมืองไทย ไวรัสเดียวกันนี้จะกลับเกิดขึ้นในไทยจากค้างคาวมงกุฎหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์การกินอาหารของคนไทย หากไม่กินค้างคาวก็ยากจะได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ที่เป็นห่วง คือ คนที่ยังนิยมกินค้างคาวเป็นอาหาร มีโอกาสจะติดเชื้อได้ง่ายอย่างยิ่ง”

ด้านนายสัตวแพทย์ภัทรพล เปิดเผยว่า​ “เป็นที่น่ากังวลที่ยังมีคนนิยมกินค้างคาว เพราะมีความเชื่อผิดๆ การกิน การจับ มีโอกาสจะได้รับเชื้อไวรัสหรือเชื้อโรคใด ๆ ก็ได้ จึงจำเป็นต้องทำคู่มือว่าด้วยเรื่องการอยู่ร่วมกับค้างคาวอย่างปลอดภัยแจกจ่ายให้ประชาชน

ขณะนี้ กลุ่มนักวิจัยกำลังศึกษาเส้นทางการอพยพ เส้นทางการหากินของค้างคาว โดยเน้นไปที่ค้างคาวมงกุฎ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส หรือโรคที่มาจากค้างคาวในอนาคต เป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับไวรัส แต่วิธีป้องกันที่ง่ายที่สุด คือ การไม่ไปทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายธรรมชาติหรือบุกรุกป่า ไม่ล่า ไม่ค้าสัตว์ป่า เชื้อโรคใดๆ จากสัตว์ป่าก็ไม่สามารถมาสู่คนได้”

ขอบคุณ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ค้างคาวมงกุฏโควิด-19

Share

Related posts