กทม. สั่งโรงเรียนสังกัด กทม.หยุดเรียน 6-28 ก.พ. แก้ปัญหาฝุ่นพิษ

ประเด็นน่าสนใจ

  • รวมถึงงานก่อสร้างกลางแจ้ง ให้งดกิจกรรมเกิดฝุ่นและควัน ระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ.
  • ส่วนเขตที่ฝุ่นพิษมีผลต่อสุขภาพ ได้แก่ เขตบางกะปิ เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา
  • แนะ ปชช. ที่จะออกทำกิจข้างนอกสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร ซึ่ง พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ว่า

ที่ประชุมได้หารือการกำหนดมาตรการรองรับสถานการณ์ฝุ่นละออง ซึ่งกรมอุตุนิยมคาดว่าในช่วงวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2563 พื้นที่กรุงเทพฯ จะไม่มีฝน ประกอบกับลมอ่อน ทำให้มีแนวโน้มการสะสมของฝุ่นละอองขนาดเล็กมีปริมาณสูงขึ้น ที่ประชุมจึงมีมติให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ 8 มาตรการเร่งด่วน ดังนี้

  1. ขอความร่วมมือกองบัญชาการตำรวจนครบาล ออกคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรห้ามรถบรรทุก ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป เข้าพื้นที่ถนนวงแหวนรัชดาภิเษก ตั้งแต่เวลา 00.00 – 24.00 น. ของวันที่ 27 ก.พ.63
  2. ขอความร่วมมือกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งจุดตรวจรถควันดำ 50 เขต ในวันที่ 27 ก.พ.63
  3. สั่งการสำนักงานเขต สำนักเทศกิจ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจสอบพื้นที่โดยเข้มงวดเพื่อไม่ให้มีการเผาในที่โล่ง 100% โดยระดมกำลังสายตรวจเทศกิจออกตรวจตราเพิ่มเติมในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการเผาในที่โล่ง
  4. ประสานผู้ประกอบการหรือผู้รับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้า และอาคารขนาดใหญ่ หยุดการก่อสร้างหรือหยุดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นและควัน ระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ.
  5. ให้สำนักการศึกษา สั่งการโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครหยุดการเรียนการสอนในวันที่ 26-27 ก.พ.นี้
  6. มอบหมายสำนักการโยธา ร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม ล้างทำความสะอาด ดูดฝุ่นถนน และฉีดล้างต้นไม้ ทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่คาดว่าค่าฝุ่นละออง PM2.5 สูง โดยไม่ซ้ำกับแผนการดำเนินการของเขต
  7. ขอความร่วมมือองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตรวจค่าควันดำจากรถโดยสารสาธารณะทุกคัน ณ ท่าปล่อยรถ ในวันที่ 26-28 ก.พ.63
  8. ให้หน่วยงานดำเนินมาตรการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อม เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ความเห็นชอบมาตรการทั้งหมดภายในวันนี้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานเร่งปฏิบัติโดยเร่งด่วนต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานคร ได้สรุปผลการตรวจวัด PM 2.5 ประจำวันที่ 25 ก.พ. เวลา 13.00-15.00 น. ตรวจวัดได้ 60-94 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ย 75 มคก./ลบ.ม. ค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและยังคงมีค่าเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 38 เขต คือ

เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตวังทองหลาง เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตบางเขน เขตบางขุนเทียน เขตพระนคร เขตสาทร เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบึงกุ่ม

เขตสวนหลวง เขตลาดพร้าว เขตสายไหม เขตห้วยขวาง เขตสะพานสูง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตบางแค เขตจอมทอง เขตดอนเมือง เขตดินแดง เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางกอกใหญ่ เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตดุสิต เขตหนองแขม เขตบางบอน เขตทุ่งครและอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 3 เขต คือเขตบางกะปิ เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา

Share

Related posts